ดูหนัง Ben and Jody (2022) เบนแอนด์โจดี้
ขอพาคอหนังแอ็คชั่นไปพบกับภาพยนตร์สุดเดือดจากประเทศอินโดนีเซีย ที่เป็นการเปลี่ยนแนวแบบพลิกฝ่ามือของสองตัวละครที่หลายคนคุ้นเคยใน “Ben & Jody” (2022) หรือในชื่อไทย “เบนแอนด์โจดี้”
เรื่องย่อ
ภาพยนตร์เรื่องนี้คือภาคต่อและภาคแยก (Spin-off) ของภาพยนตร์ดราม่า-กาแฟชื่อดังอย่าง “Filosofi Kopi” แต่ครั้งนี้ สองสหายบาริสต้าได้วางเครื่องชงกาแฟแล้วหันมาจับปืนต่อสู้เพื่อความยุติธรรม!หลังจากตัดสินใจแยกย้ายกันไปตามทางของตัวเอง เบน (ชิโก เจอริโค) ได้เดินทางกลับไปยังหมู่บ้านเกิดของเขาเพื่อช่วยเหลือกลุ่มชาวนาที่กำลังถูกคุกคามโดย อากัป (ยิปตา โอวีร์) หัวหน้าแก๊งค์ลูกสมุนของบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ต้องการจะฮุบที่ดินของชาวบ้านไปอย่างผิดกฎหมาย
เมื่อการต่อสู้เริ่มทวีความรุนแรงขึ้น เบนก็ได้หายตัวไป ทำให้ โจดี้ (ริโอ เดวันโต) เพื่อนรักของเขาต้องออกเดินทางตามหา และได้ค้นพบว่าเบนถูกจับตัวไปพร้อมกับชาวบ้านอีกหลายคน โจดี้จึงต้องรวบรวมพรรคพวกชาวบ้านที่เหลือลุกขึ้นสู้และวางแผนบุกเข้าไปในถ้ำของอากัป เพื่อช่วยเหลือเบนและปกป้องผืนดินของพวกเขา การต่อสู้ที่ไม่ได้ใช้แค่เมล็ดกาแฟ แต่ใช้ชีวิตเป็นเดิมพันจึงเริ่มต้นขึ้น
อ่านรีวิวก่อน ดูหนัง
นักแสดงและผู้กำกับ
นักแสดงหลัก:
ชิโก เจอริโค (Chicco Jerikho) รับบทเป็น เบน
ริโอ เดวันโต (Rio Dewanto) รับบทเป็น โจดี้
ยิปตา โอวีร์ (Yayan Ruhian) รับบทเป็น อากัป
ฮานา มาลาซัน (Hana Malasan) รับบทเป็น รินติ
ผู้กำกับ:
อังกา ดวีมัส ซาซงโก (Angga Dwimas Sasongko)
โปสเตอร์หนัง
รีวิวภาพยนตร์
“Ben & Jody” คือการตัดสินใจที่กล้าหาญของผู้สร้างในการเปลี่ยนแนวทางของแฟรนไชส์จากหนังดราม่าฟีลกู๊ด มาเป็นหนังแอ็คชั่น-ทริลเลอร์สุดดิบเถื่อน
การเปลี่ยนแนวที่คาดไม่ถึง: Ben and Jody เซอร์ไพรส์ที่ใหญ่ที่สุดคือการเปลี่ยนโทนของหนังโดยสิ้นเชิง ใครที่คาดหวังว่าจะได้เห็นเรื่องราวดราม่าเกี่ยวกับกาแฟเหมือนสองภาคแรกอาจจะต้องผิดหวัง แต่ถ้าคุณเป็นคอหนังแอ็คชั่นรับรองว่าถูกใจแน่นอน
ฉากแอ็คชั่นสุดเดือด: หนังได้ ยิปตา โอวีร์ (นักแสดงและนักออกแบบคิวบู๊ระดับตำนานจาก The Raid ) มารับบทตัวร้ายหลักและร่วมออกแบบฉากต่อสู้ด้วย ทำให้ฉากการต่อสู้ด้วยมือเปล่าและอาวุธต่างๆ ในเรื่องมีความดิบ สมจริง และดุเดือดถึงใจ
การสะท้อนปัญหาสังคม: แก่นของเรื่องยังคงหนักแน่น หนังหยิบยกประเด็น “การแย่งชิงที่ดิน” (Land Grabbing) ซึ่งเป็นปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นจริงในอินโดนีเซียและอีกหลายประเทศ มาเป็นศูนย์กลางของความขัดแย้ง
คะแนนจากนักวิจารณ์: ได้รับเสียงวิจารณ์ในระดับกลางๆ โดยส่วนใหญ่ชื่นชมในฉากแอ็คชั่นที่ทำได้ถึงใจ แต่ก็มีเสียงติในเรื่องของบทที่อาจจะเดินเรื่องช้าไปบ้างในช่วงแรก ได้รับคะแนน 6.0/10 จาก IMDb
ภาพยนตร์ที่คล้ายกัน
หากคุณชื่นชอบหนังแอ็คชั่นดิบๆ ที่มีประเด็นทางสังคมเข้มข้น คุณอาจจะชอบเรื่องเหล่านี้:
The Raid: Redemption (2011) – ฉะ! ทะลุตึกนรก : สุดยอดหนังแอ็คชั่นจากอินโดนีเซียที่สร้างปรากฏการณ์ไปทั่วโลก ด้วยฉากต่อสู้ที่ดิบและสมจริง
No Time to Die (2021) – พยัคฆ์ร้ายฝ่าเวลามรณะ : แม้จะเป็นหนังสายลับ แต่ก็มีฉากต่อสู้ในป่าที่ดุเดือดและบรรยากาศที่คล้ายคลึงกัน
Rambo: Last Blood (2019) – แรมโบ้ 5 นักรบคนสุดท้าย : การต่อสู้ของชายคนหนึ่งเพื่อปกป้องบ้านและครอบครัวจากแก๊งค์อาชญากร
Q&A คำถามน่ารู้เกี่ยวกับหนัง
Q: “Ben & Jody” เกี่ยวข้องกับหนังเรื่อง “Filosofi Kopi” อย่างไร?
A: เป็นภาคที่ 3 และเป็นภาคสุดท้ายของไตรภาค “Filosofi Kopi” ครับ โดยสองภาคแรก (Filosofi Kopi ปี 2015 และ Filosofi Kopi 2: Ben & Jody ปี 2017) เป็นหนังแนวดราม่าที่เกี่ยวกับมิตรภาพและการทำร้านกาแฟ แต่ในภาคนี้ ผู้สร้างต้องการจะปิดฉากเรื่องราวของทั้งคู่ด้วยแนวทางที่แตกต่างและท้าทายมากขึ้น
Q: ทำไมผู้สร้างถึงตัดสินใจเปลี่ยนแนวหนังจากดราม่ามาเป็นแอ็คชั่น?
A: ผู้กำกับ อังกา ดวีมัส ซาซงโก ต้องการจะสำรวจตัวละคร “เบน” และ “โจดี้” ในมิติที่ลึกขึ้น เขามองว่าตัวละครทั้งสองมี “เลือดนักสู้” อยู่ในตัว และต้องการจะนำเสนอประเด็นทางสังคมที่หนักขึ้นอย่างเรื่องการต่อสู้เพื่อที่ดินทำกิน ซึ่งแนวทางแอ็คชั่น-ทริลเลอร์สามารถถ่ายทอดความขัดแย้งนี้ออกมาได้อย่างดุดันและเหมาะสมกว่านั่นเอง
Q: ไม่เคยดู 2 ภาคแรกมาก่อน จะดูเรื่องนี้รู้เรื่องไหม?
A: สามารถดูรู้เรื่องได้ครับ เพราะหนังมีพล็อตเรื่องที่ค่อนข้างจบในตัว แต่ถ้าเคยดูสองภาคแรกมาก่อน ก็จะทำให้เข้าใจความสัมพันธ์และที่มาที่ไปของตัวละครเบนและโจดี้ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และจะยิ่งเซอร์ไพรส์กับการเปลี่ยนแปลงของพวกเขาในภาคนี้มากขึ้นไปอีก