นักแสดงนำและผู้กำกับ
จอห์นนี่ เดปป์ (Johnny Depp) รับบทเป็น สารวัตรเฟรดเดอริก แอบเบอร์ไลน์
เฮทเธอร์ เกรแฮม (Heather Graham) รับบทเป็น แมรี่ เจน เคลลี่
เอียน โฮล์ม (Ian Holm) รับบทเป็น เซอร์ วิลเลียม กัลล์
ร็อบบี้ โคลเทรน (Robbie Coltrane) (แฮกริด จาก Harry Potter ) รับบทเป็น จ่าปีเตอร์ ก็อดลีย์
ผู้กำกับ: พี่น้องฮิวจ์ส (Albert and Allen Hughes) ผู้กำกับคู่ฝีมือดีที่ขึ้นชื่อเรื่องการสร้างหนังที่มีสไตล์ภาพจัดจ้านและบรรยากาศดิบเถื่อน เช่น Menace II Society และ The Book of Eli
โปสเตอร์หนัง
รีวิวและบทวิเคราะห์
จุดแข็งที่สุดและเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้คุณต้องดู From Hell คือ “บรรยากาศ” หนังเรื่องนี้ประสบความสำเร็จอย่างงดงามในการสร้างภาพกรุงลอนดอนยุควิกตอเรียขึ้นมาใหม่ได้อย่างสมจริงและน่าขนลุก ทุกฉากเต็มไปด้วยความมืด, หมอก, และความสกปรกโสโครก ทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนได้หลุดเข้าไปในยุคนั้นจริงๆ เมืองลอนดอนในเรื่องนี้จึงเป็นเหมือน “ตัวละคร” อีกตัวหนึ่งที่ทั้งน่ากลัวและน่าหลงใหล
หนังเรื่องนี้ดัดแปลงมาจากกราฟิกโนเวลชื่อเดียวกันของ อลัน มัวร์ นักเขียนการ์ตูนในตำนาน ซึ่งนำเสนอทฤษฎีสมคบคิดเกี่ยวกับตัวตนของแจ็ค เดอะ ริปเปอร์ ได้อย่างน่าสนใจ แม้หนังจะลดทอนความซับซ้อนเชิงปรัชญาจากต้นฉบับลงไป แต่ก็ยังคงเป็นหนังทริลเลอร์-สืบสวนที่เข้มข้นและน่าติดตาม ฉากการฆาตกรรมในเรื่องทำออกมาได้โหดเหี้ยมและสมจริง ซึ่งอาจจะไม่เหมาะกับคนขวัญอ่อน
IMDb: ให้คะแนน 6.7/10
Rotten Tomatoes: ได้รับคะแนนจากฝั่งนักวิจารณ์ที่ 57% ซึ่งเป็นคะแนนเสียงแตก โดยส่วนใหญ่ชื่นชมในงานภาพและบรรยากาศ แต่ติในเรื่องของบทที่อาจจะซับซ้อนเกินไปบ้าง
หมื่นทิพ
⭐ 7/10
นี่คือหนังที่ว่าด้วยคดีฆาตกรรมโหดในปี 1888 โดยฝีมือของ แจ็ค เดอะ ริปเปอร์ ฆาตกรต่อเนื่องที่ลงมือสังหารผู้หญิงแถบไวท์ชาเปลไปหลายศพ แต่สิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้น่าสนใจกว่าหนังเกี่ยวกับแจ็ค เดอะ ริปเปอร์เรื่องอื่นๆ ก็คือหนังดัดแปลงเรื่องจากผลงานของ Alan Moore ที่เขาคนนี้ชอบเอาตำนาน หรือตัวละครในนิยายเก่าๆ มาตีความใหม่ในแบบของเขาเอง เช่นเรื่องราวรวมฮีโร่จากตำนานอย่าง The League of Extraordinary Gentlemen ที่จับเอาอลัน ควอเตอร์เมนแห่ง King Solomon’s Mine มาเจอกับกัปตันนีโมแห่ง 20,000 Leagues Under the Sea และมีนา ฮาร์กเกอร์แห่ง Dracula ได้ หรือการ์ตูนอย่าง Watchmen ก็เป็นตัวอย่างผลงานจัดเต็มถึงเครื่องตามสไตล์ของพี่ท่าน
ทีเด็ดประการหนึ่งของงาน Moore คือเขาสนุกที่จะผูกเรื่องราวใหม่ในแบบของเขาเอง อีกทั้งยังขยันนอกกรอบ ปล่อยให้จินตนาการทำงานเต็มที่ ไม่ต้องสนกฎ กติกา แค่ปล่อยให้สมองเล่าเรื่องที่มันอยากเล่าออกมา นั่นจึงทำให้เรามักจะเห็นอะไรใหม่ๆ ในงานของ Moore อยู่เสมอ อย่างใน From Hell นี่ก็ไม่ได้เป็นแค่หนังที่มีพระเอกตามล่าหยุดแจ็ค เดอะ ริปเปอร์เท่านั้น แต่หนังมาพร้อมความลึกและซับซ้อนด้านเนื้อหา มีการบอกเล่าเหตุการณ์อื่นๆ ในประวัติศาสตร์ลอนดอนยุค 1888 ประกอบ ก่อนจะค่อยๆ ชี้ให้คนดูอย่างเราๆ เห็นว่าเรื่องราวมากมายที่เหมือนจะไม่เกี่ยวกับแจ็ค เดอะ ริปเปอร์นั้น แท้จริงแล้วมันอาจเกี่ยว และการลงมือของแจ็ค เดอะ ริปเปอร์ อาจไม่ใช่แค่ความโหดเหี้ยมหรือโรคจิตเท่านั้นก็ได้ มันอาจมีเบื้องลึกเบื้องหลังที่มากกว่านั้น
ผมสนุกไปกับหนังเรื่องนี้พอสมควรครับ จุดอ่อนสำคัญคือการเล่าเรื่องที่อาจจะยังไม่ถึงกับจับใจหรือจับอารมณ์คนดูให้อยากติดตามจัดๆ (ทั้งที่ปมในเรื่อง ถ้าเล่าดีๆ ก็อาจจะทำให้หนังกลายเป็น JFK สำหรับแจ็ค เดอะ ริปเปอร์ไปเลยก็ได้) หรือการเร้าอารมณ์ให้เราตื่นเต้น อะไรเหล่านี้ทำให้หนังมีดี มีความน่าสนใจ แต่ก็ยังไม่ถึงกับยอดเยี่ยมเต็มๆ ดาราแสดงกันได้ดีครับ เรื่องนี้ Johnny Depp รับบทเฟรเดอริก แอบเบอร์ไลน์เจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีตัวตนจริงๆ ในประวัติศาสตร์ครับ และเขาคือผู้นำในการสืบหาความจริงเกี่ยวกับแจ็ค เดอะ ริปเปอร์ ซึ่งป๋า Depp ก็แสดงได้ดีครับ เช่นเดียวกับ Heather Graham ในบทแมรี่ เคลลี่ สาวแถบไวท์ชาแปลที่ตกอยู่ในอันตรายเช่นเดียวกับเพื่อนๆ ของเธอ, Ian Holm ในบทเซอร์วิลเลี่ยม กัลล์ และ Robbie Coltrane ในบทจ่าปีเตอร์ ก็อดลี่ย์ที่คอยช่วยแอบเบอร์ไลน์ตามสืบคดี
ถือเป็นหนังลึกลับตามปมฆาตกรรมที่สนุกไม่เลวครับ เข้มข้น ปมชวนให้คิด แต่ก็อย่างที่บอกครับว่าถ้าปรุงรสให้จัดอีกนิด ลดความอืดยืดในบางช่วงลงแล้วใส่การสืบและการทิ้งปมให้หนัก รสชาติหนังน่าจะอร่อยมากขึ้น แต่ยังไงถ้าคุณสนใจเรื่องราวเกี่ยวกับแจ็ค เดอะ ริปเปอร์ เรื่องนี้ผมขอแนะนำเลยครับ ถือว่าทำได้ดี และมีแง่มุมที่น่าคิดเกี่ยวกับตัวตนที่แท้จริงของแจ็ค เดอะ ริปเปอร์ ซึ่งหนังก็แอบสะท้อนแง่มุมดำมืดของลอนดอนในยุคนั้น ไม่ว่าจะความโสมมของสังคมที่ดูเหมือนจะดูดี ความหมกมุ่นบางอย่างของนักวิทยาศาสตร์ หรือคนชั้นสูง แทนที่จะเอาเวลาไปทำสิ่งดีๆ ให้กับตนเองและสังคม กลับหมกมุ่นแต่กับอะไรที่ก่อให้เกิดผลเสีย อะไรเหล่านี้เป็นต้น ในแง่รายได้ถือว่าหนังพอเท่าทุนครับ ทำเงินทั่วโลกไป $74 ล้าน จากทุนสร้าง $35 ล้าน แต่ยังไม่ถึงขั้นทำเงินถล่มทลายแต่อย่างใด
ภาพยนตร์ที่คล้ายกัน
หากคุณชื่นชอบหนังทริลเลอร์-สยองขวัญย้อนยุคที่มีบรรยากาศหม่นหมอง เราขอแนะนำ:
Sleepy Hollow (1999) : ผลงานของ ทิม เบอร์ตัน ที่ จอห์นนี่ เดปป์ รับบทเป็นนักสืบไปไขคดีฆาตกรหัวขาดในเมืองเล็กๆ มีบรรยากาศแบบ Gothic Horror คล้ายกันมาก
Se7en (1995) : หากคุณชอบหนังแนวสืบสวนตามล่าฆาตกรต่อเนื่องที่มีบรรยากาศหม่นหมองและฝนตกตลอดเวลา เรื่องนี้คือมาสเตอร์พีซ
The Raven (2012) : หนังทริลเลอร์ที่เล่าเรื่องนักเขียนดัง เอ็ดการ์ อัลลัน โพ ที่ต้องมาช่วยตำรวจตามล่าฆาตกรที่เลียนแบบเรื่องสั้นของเขา
คำถามที่พบบ่อย (Q&A)
Q: หนังเรื่องนี้สร้างจากเรื่องจริงหรือไม่?
A: สร้างจาก “เหตุการณ์” จริงครับ นั่นคือคดีฆาตกรรมของแจ็ค เดอะ ริปเปอร์ ที่เกิดขึ้นจริงและยังคงเป็นปริศนามาจนถึงทุกวันนี้ แต่ “ตัวตน” ของฆาตกรและ “ทฤษฎีสมคบคิด” ที่นำเสนอในหนังนั้น เป็นเพียงเรื่องแต่งที่อิงมาจากกราฟิกโนเวล ไม่ใช่ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์
Q: หนังเรื่องนี้โหดแค่ไหน?
A: โหดและเลือดสาดพอสมควรครับ สมกับชื่อไทยว่า “ชำแหละพิสดาร” ฉากการฆาตกรรมค่อนข้างรุนแรงและสมจริง เป็นหนังเรท R ที่ไม่เหมาะกับผู้ชมที่กลัวเลือดอย่างยิ่ง
Q: ต้องอ่านกราฟิกโนเวลมาก่อนไหม?
A: ไม่จำเป็นเลยครับ หนังเล่าเรื่องในแบบของตัวเองที่เข้าใจง่ายกว่า แต่ถ้าคุณดูหนังจบแล้วไปหาอ่านต้นฉบับ คุณจะทึ่งไปกับความซับซ้อนและลึกซึ้งของเรื่องราวต้นฉบับมากยิ่งขึ้น
บทสรุป: From Hell คือภาพยนตร์ทริลเลอร์-สยองขวัญที่มีงานภาพและบรรยากาศอยู่ในระดับ “มาสเตอร์พีซ” แม้บทภาพยนตร์อาจจะมีจุดที่น่าสับสนไปบ้าง แต่มันก็ประสบความสำเร็จในการพาเราดำดิ่งสู่ฝันร้ายของลอนดอนได้อย่างน่าทึ่ง หากคุณเป็นแฟนตัวยงของตำนานแจ็ค เดอะ ริปเปอร์ หรือชื่นชอบหนังที่มีบรรยากาศจัดๆ นี่คือผลงานที่คุณไม่ควรพลาด