ดูหนัง Lesson of the Evil (2012) บทเรียนครูปีศาจ
แน่นอนครับ คืนนี้ Movie24HD ขอเปลี่ยนบรรยากาศมาเอาใจคอหนังโหดสายดาร์กจากญี่ปุ่นโดยเฉพาะ กับภาพยนตร์ที่จะทำให้คุณมองครูในฝันของคุณเปลี่ยนไปตลอดกาล “Lesson of the Evil” (2012) หรือในชื่อไทย “บทเรียนครูปีศาจ”
คำเตือน: เนื้อหาต่อไปนี้กล่าวถึงภาพยนตร์ที่มีความรุนแรงสุดขีด, ฉากฆาตกรรมหมู่ที่น่าสยดสยอง, การทรมาน และเนื้อหาที่กระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรง ไม่เหมาะสำหรับผู้ชมที่อายุต่ำกว่า 20 ปีและผู้ที่มีจิตใจอ่อนไหว
เรื่องย่อ
ณ โรงเรียนมัธยมปลายแห่งหนึ่ง เซย์จิ ฮาสุมิ (ฮิเดอากิ อิโต) คือครูสอนภาษาอังกฤษขวัญใจนักเรียนและเพื่อนร่วมงาน เขามีหน้าตาดี, ฉลาด, มีเสน่ห์ และพร้อมจะยื่นมือเข้าช่วยเหลือแก้ปัญหาให้นักเรียนเสมอ ไม่ว่าจะเป็นปัญหากลั่นแกล้งกันในโรงเรียน, การคุกคามจากครูพละ หรือแม้กระทั่งปัญหาครอบครัว เขาคือภาพลักษณ์ของ “ครูในอุดมคติ” ที่ทุกคนรักและเชื่อใจ
แต่เบื้องหลังรอยยิ้มอันแสนอบอุ่นนั้น ฮาสุมิซุกซ่อนตัวตนที่แท้จริงเอาไว้ เขาคือ “ไซโคพาธ” (Psychopath) ที่ไร้ซึ่งความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นโดยสิ้นเชิง เขามองนักเรียนและเพื่อนร่วมงานเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในเกมเพื่อบรรลุเป้าหมายของตัวเอง และเมื่อเขารู้สึกว่าปัญหา “เล็กๆ น้อยๆ” ในโรงเรียนเริ่มจะควบคุมไม่อยู่และอาจเป็นภัยต่อตัวเขา ฮาสุมิจึงตัดสินใจที่จะ “แก้ปัญหา” ทั้งหมดด้วยวิธีที่ไม่มีใครคาดคิด นั่นคือการเปลี่ยนโรงเรียนให้กลายเป็นสนามล่า และเริ่มต้น “บทเรียนสุดท้าย” แห่งความตายด้วยการสังหารหมู่นักเรียนทั้งชั้นเรียนอย่างเลือดเย็น
อ่านรีวิวก่อน ดูหนัง
นักแสดงและผู้กำกับ
นักแสดงหลัก:
ฮิเดอากิ อิโต (Hideaki Ito) รับบทเป็น เซย์จิ ฮาสุมิ
ฟูมิ นิไคโด (Fumi Nikaido) รับบทเป็น เรย์กะ คาตากิริ
โชตะ โซเมทานิ (Shota Sometani) รับบทเป็น เคย์สุเกะ ฮายามิ
ผู้กำกับ:
ทาคาชิ มิอิเกะ (Takashi Miike)
โปสเตอร์หนัง
รีวิวภาพยนตร์
“Lesson of the Evil” คือผลงานตอกย้ำลายเซ็นความโหดแบบไม่ปรานีของ ทาคาชิ มิอิเกะ ผู้กำกับจอมเพี้ยนผู้ขึ้นชื่อเรื่องการสร้างหนังที่เต็มไปด้วยความรุนแรงและคาดเดายาก
ความโหดร้ายแบบถึงแก่น: หนังเรื่องนี้ไม่ประนีประนอมกับผู้ชมแม้แต่น้อย โดยเฉพาะในช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้ายที่เปรียบเสมือนฝันร้ายบนแผ่นฟิล์ม มิอิเกะนำเสนอฉากการสังหารหมู่ออกมาอย่างโจ่งแจ้งและยาวนานจนน่าอึดอัด มันคือการจงใจสร้างความรู้สึกขยะแขยงและหดหู่ให้กับผู้ชมอย่างเต็มที่
การแสดงอันน่าขนลุก: ฮิเดอากิ อิโต สลัดภาพพระเอกมาดอบอุ่นมารับบทครูปีศาจได้อย่างยอดเยี่ยม เขาสามารถแสดงรอยยิ้มที่ดูเป็นมิตรแต่แฝงไปด้วยความวิปริตได้อย่างน่าขนลุก ทำให้ตัวละครฮาสุมิกลายเป็นหนึ่งในฆาตกรที่น่าจดจำที่สุดของวงการหนังญี่ปุ่นยุคใหม่
การวิพากษ์สังคม (แบบสุดโต่ง): ภายใต้ความรุนแรง หนังพยายามจะเสียดสีปัญหาสังคมในโรงเรียนของญี่ปุ่น ทั้งเรื่องการกลั่นแกล้ง, การขาดความเอาใจใส่ของครู, และความเน่าเฟะของระบบ แต่เลือกที่จะนำเสนอด้วยวิธีการที่ “สุดโต่ง” และก้าวร้าวที่สุดเท่าที่จะทำได้
คะแนนจากนักวิจารณ์: ได้รับคะแนน 6.6/10 จาก IMDb ซึ่งเป็นหนังที่เสียงวิจารณ์แตกเป็นสองขั้วชัดเจน ฝั่งหนึ่งชื่นชมในความกล้าและสไตล์ที่ไม่เหมือนใคร ส่วนอีกฝั่งก็ประณามในความรุนแรงที่เกินขอบเขต
โพรงกระต่ายในวันเดอร์แลนด์
คุณครูคนใหม่ที่ย้ายเข้ามาสอนในโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง เบื้องหน้าเขาดูเป็นคนใจดี แต่ภายใต้หน้ากากคุณครูใจดีจริงๆแล้วเขาคือปีศาจ!! เปิดหาหนังดูแบบว่าไม่รู้จะดูอะไรดี ก็มาเจอเรื่องนี้ พล็อตเรื่องหลักๆคือ ครูโรคจิตฆ่านักเรียนยกห้อง แต่เดี๋ยวนะถ้ามันเป็นเรื่องแค่นี้ก็คงน่าเบื่อแย่ เนื้อเรื่องเหมือนไม่มีอะไร แค่รู้ว่าครูฆ่านักเรียน แต่ว่าวิธีการฆ่าของครูนี้สิที่ไม่ธรรมดา ก็ไม่ได้ฆ่าแบบพิสดารอะไรหรอกนะ แค่คุณครูฉลาด วางแผนจัดฉากให้เหมือนว่าเหยื่อฆ่าตัวตายเองบ้าง หรือไม่ก็โดนคนอื่นฆ่า โดยที่ตัวคุณครูจะเป็นแค่คนที่บังเอิญไปอยู่ในเหตุการณ์ฆ่ากันตลอด เหมือนโคนัน ที่ไปที่ไหนต้องมีคนตายประมาณนั้น แต่ครูคนนี้เป็นโคนันที่มีเชื้อบ้าของเจสัน ฆ่าดะประมาณว่าเลือกฆ่าแบบไม่เลือกหน้า แต่จริงๆแล้วเลือกนะ แค่ฆ่าเยอะไปหน่อยแค่นั้นเอง เนื้อเรื่องช่วงแรกจะเนิบๆน่าเบื่อ เดินไปเข้าห้องน้ำ แล้วก็เดินไปเปิดตู้เย็นหาขนมกิน แล้วกลับมานั่งดูต่อยังรู้เรื่องอ่ะ!!! ความสนุกมันค่อยๆเพิ่มขึ้นตอนเวลาผ่านไปแล้วสัก 30 นาที แต่หนังเรื่องนี้ยาวมาก 2 ชั่วโมงแนะ แต่เพราะความหล่อผสมความฉลาด บ้าเลือดเย็น ของคุณครู ทำให้มันคือ 2 ชั่วโมงแห่งความหรรษา(มั้ง 555+) สำหรับความโหด เรื่องนี้ไม่โหดนะ มันดูง้องแง้งมาก เหมือนดูหนังแนวระทึกขวัญไล่ล่าเท่านั้น คงเป็นเพราะไม่เห็นนมเราเลยไม่อยากจัดให้เป็นหนังสยองขวัญ ป.ล.เลือดในเรื่องสีสวยมาก สวยเหมือนสีย้อมผ้าที่ไม่เหมือนเลือดจริงๆนะ แต่ถ้าเพิ่มฉากโหดให้มีความโหดดิบเถื่อน เศษชิ้นส่วนกระจาย หนังคงจะฟินกว่านี้แน่นอน
Leofwine_draca
⭐ 8/10
หนังระทึกขวัญเกี่ยวกับโรงเรียนมัธยมปลายอีกเรื่องจากญี่ปุ่น อิงจากความรุนแรงและการตายสุดขีด กำกับโดยอาจารย์ใหญ่ ทาคาชิ มิอิเกะ ไม่น้อยเลย LESSON OF THE EVIL ไม่ใช่ BATTLE ROYALE แต่มันไม่ใช่หนังแอคชั่นที่สนุกสนาน แต่เป็นหนังระทึกขวัญแนวระทึกขวัญมากกว่า CONFESSIONS เรื่องราวเกี่ยวกับครูในโรงเรียนที่มีอุดมคติซึ่งพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้ลูกศิษย์ของเขาเรียนได้อย่างราบรื่น ขอพระเจ้าอย่าให้คุณขวางทางเขาเลย… LESSON OF THE EVIL เริ่มต้นได้อย่างช้าๆ แต่พล็อตเรื่องนั้นน่าสนใจมาก ชั่วโมงแรกนั้นดำเนินไปอย่างช้าๆ โดยสร้างตัวละครที่สมจริงขึ้นท่ามกลางพล็อตย่อยที่มืดมนสุดขีดซึ่งดูเหมือนว่าจะมีรสนิยมแย่ๆ เกิดขึ้นทุกวัน จริงๆ แล้วเป็นผลงานของมิอิเกะโดยแท้ ยากที่จะระบุความหมายและให้ความรู้สึกสดใหม่ตลอดทั้งเรื่อง มันกำลังจะถึงจุดไคลแม็กซ์ที่ทุกอย่างจะบ้าคลั่งสุดขีดด้วยความรุนแรงที่ไม่มีที่สิ้นสุดและน่าตกตะลึง ซึ่งจะถูกห้ามทันทีโดยเซ็นเซอร์ของอังกฤษในช่วงทศวรรษ 1980 ทุกวันนี้ ไม่มีการตัดต่อใดๆ เลย… เวลามันเปลี่ยนไปแล้วใช่มั้ยล่ะ? และขอบคุณพระเจ้าสำหรับ Miike สำหรับการกำกับและทักษะการสร้างภาพยนตร์คุณภาพสูงอย่างสม่ำเสมอของเขา
Faizan
⭐ 8/10
เป็นการมองความชั่วร้ายอย่างไม่ลดละและไร้ความปราณี ภาพยนตร์เรื่องนี้มีความรุนแรงอย่างโหดร้ายจนทำให้คุณรู้สึกชาและรู้สึกไม่มั่นใจ และคุณไม่แน่ใจว่าควรจะแสดงปฏิกิริยาอย่างไรต่อภาพยนตร์เรื่องนี้ การชมภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้รู้สึกมีความสุขเพียงเล็กน้อย (แม้ว่าจะมีอารมณ์ขันที่มืดมนตลอดทั้งเรื่อง) แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงมุมมองที่บ้าคลั่งเกี่ยวกับโลกของผู้กำกับเด็กเลว ทาคาชิ มิอิเกะ ครึ่งแรกของภาพยนตร์เรื่องนี้เกือบจะสงบเสงี่ยมพอๆ กับครึ่งหลังที่ดุเดือดอย่างรุนแรง ฉากหลังเป็นโรงเรียนเอกชนชั้นสูงในญี่ปุ่น ซึ่งครูและผู้บริหารหารือถึงปัญหาที่แพร่หลายของนักเรียนที่โกงข้อสอบ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะใช้โทรศัพท์มือถือ มีวิธีแก้ปัญหาต่างๆ มากมายที่ได้รับการเสนอ แต่แนวทางที่รุนแรงที่สุดมาจากเซจิ ฮาสุมิ ครูสอนภาษาอังกฤษที่มีเสน่ห์และเป็นที่นิยม ซึ่งแนะนำให้ตรวจค้นร่างกายและรบกวนสัญญาณ แต่แนวคิดของเขาถูกปฏิเสธเนื่องจากไม่เป็นผลดีต่อการรักษาสภาพแวดล้อมของโรงเรียนให้มีสุขภาพดี ฮาสุมิยังคงติดตามนักเรียนต่อไปและเรียนรู้เกี่ยวกับการกลั่นแกล้ง การคุกคาม และความสัมพันธ์ที่ผิดกฎหมายระหว่างครูกับนักเรียน คุณคิดว่าเขาจะกลายเป็นผู้ช่วยชีวิต และโทนของภาพยนตร์ดูเหมือนจะมุ่งไปทางนี้ แต่แล้วฮาสุมิก็กลายเป็นโรคจิต และไม่มีทางอธิบายได้ดี เขาระเบิดเป็นเครื่องจักรสังหารที่รุนแรงในงานโรงเรียนทุกคืน สังหารอย่างโหดร้าย ถือปืนลูกซอง ยิงกระสุนใส่ทุกสิ่งที่เคลื่อนไหว และพูดคุยกับปีศาจของเขาเพื่อไม่ให้สงสัยว่าเขาบ้าไปแล้ว
เมื่อรู้เกี่ยวกับทาคาชิ มิอิเกะและชื่อเสียงที่เขามีมาบ้าง การเปลี่ยนแปลงในช่วงกลางเรื่องนี้จึงไม่น่าแปลกใจ (หรืออาจถือเป็นการสปอยล์ด้วยซ้ำ) ภาพยนตร์ของเขามีเนื้อหารุนแรงเกือบทั้งหมด ไม่มีข้อสงสัยใดๆ แต่เต็มไปด้วยการทรมานแบบไร้รสนิยมที่ไม่เหมาะสำหรับคนขี้รังเกียจ LESSON ก็ไม่ต่างกัน และถ้าจะว่ากันจริงๆ ช่วงเวลาที่ยาวนานเกินไปของการบรรยายรายละเอียดความทุกข์ยากของกลุ่มนักเรียนเล็กๆ ในโรงเรียนนั้นดูเหมือนจะปรุงแต่งมากเกินไปเมื่อเทียบกับตอนจบที่เร่งรีบและยืดเยื้อ ซึ่งเป็นจุดที่มิอิเกะแสดงทักษะของเขาในฐานะผู้สร้างภาพยนตร์ Hasumi ถูกหล่อหลอมมาในสไตล์ของ DEXTER ซึ่งเป็นฆาตกรต่อเนื่องที่น่ารัก มีรอยยิ้มกว้างและรูปลักษณ์ที่มีเสน่ห์ ซึ่งยังโชคดีอย่างมากที่สามารถทำให้ใครก็ตามที่สืบสวนการตายพลาดได้ แต่ในขณะที่ชั่วโมงสุดท้ายนั้นสนุกมาก (มีช่วงหนึ่งที่ Hasumi ปล่อยนักเรียนนับไม่ถ้วนสวมเสื้อกันฝนและโยกตัวตามเพลงแจ๊สของ MACK THE KNIFE) แต่ก็อธิบายไม่ได้ ดูแทบไม่ได้เลย และหลังจากนั้นสักพัก ก็ซ้ำซากจนทนไม่ได้ และเมื่อคุณคิดว่าอาจจะมีจุดจบบางอย่างอยู่ข้างหน้า Miike ก็เปลี่ยนช่วงเวลาแห่งความหวังให้กลายเป็นช่วงเวลาแห่งการทดสอบความอดทนของผู้ชมของ Michael Haneke ในแบบฉบับของ FUNNY GAMES ถ้าคุณฟังดูเหมือนสิ่งที่คุณชอบ คุณก็รู้ว่าคุณจะต้องสนุกไปกับช่วงเวลานั้น
ภาพยนตร์ที่คล้ายกัน
หากคุณรับมือกับความโหดของเรื่องนี้ได้ และสนใจหนังแนวเดียวกัน (ซึ่งต้องใช้วิจารณญาณอย่างสูงในการรับชม) อาจมีเรื่องเหล่านี้ที่อยู่ในหมวดหมู่ใกล้เคียง:
Confessions (2010) – คำสารภาพ : ภาพยนตร์ญี่ปุ่นอีกเรื่องที่เล่าเรื่องการแก้แค้นสุดเยือกเย็นของครูที่มีต่อนักเรียนของตัวเอง โดดเด่นด้วยสไตล์ภาพที่สวยงามแต่เนื้อหาชวนหดหู่
Ichi the Killer (2001) – โคตรเพลงดาษ เชือดเต็มขั้น : อีกหนึ่งผลงานสุดวิปริตของผู้กำกับทาคาชิ มิอิเกะ ที่ขึ้นชื่อเรื่องความรุนแรงและฉากที่น่าแหวะ
Battle Royale (2000) – เกมนรก โรงเรียนพันธุ์โหด : ภาพยนตร์ระดับตำนานที่จับนักเรียนมัธยมมาฆ่ากันเองบนเกาะร้างเพื่อเอาชีวิตรอด
Q&A คำถามน่ารู้เกี่ยวกับหนัง
Q: หนังเรื่องนี้สร้างมาจากอะไร?
A: สร้างมาจากนวนิยายชื่อดังในชื่อเดียวกัน (Aku no Kyōten) ของยูสุเกะ คิชิ ซึ่งเป็นที่ถกเถียงอย่างมากในญี่ปุ่นถึงความรุนแรงของเนื้อหา แต่ก็ได้รับความนิยมอย่างสูงจนถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์
Q: ทำไมผู้กำกับถึงต้องสร้างหนังให้มีความรุนแรงขนาดนี้?
A: นี่คือสไตล์ของทาคาชิ มิอิเกะครับ เขาเป็นผู้กำกับที่ไม่เคยกลัวที่จะนำเสนอภาพความรุนแรงหรือเนื้อหาที่ “ต้องห้าม” ออกมาบนจอ เขาต้องการท้าทายขีดจำกัดทางศีลธรรมของผู้ชมและกระตุ้นให้เกิดการถกเถียง เขาไม่ได้สร้างหนังเพื่อให้ทุกคนรัก แต่สร้างเพื่อให้เกิดปฏิกิริยาบางอย่าง ไม่ว่าจะรักหรือเกลียดก็ตาม
Q: ตอนจบของหนังหมายความว่าอย่างไร?
A: (เปิดเผยเนื้อหาสำคัญ) ตอนจบที่ฮาสุมิไม่ถูกตัดสินว่าผิดปกติทางจิตและอาจจะหาทางหลุดรอดจากกฎหมายไปได้ เป็นการเสียดสีระบบยุติธรรมและสังคมอย่างร้ายกาจที่สุด ผู้กำกับจงใจทิ้งท้ายให้ผู้ชมรู้สึกสิ้นหวังและขยะแขยงกับความชั่วร้ายที่ไม่ได้รับการชำระโทษ ซึ่งเป็นบทสรุปที่โหดร้ายและน่าหดหู่สมกับเป็นหนังเรื่องนี้