ทำความรู้จักทีมงานและนักแสดง
- ผู้กำกับ: โทบี ฮูเปอร์ (Tobe Hooper)
- ผู้เขียนบท: แดน โอ’แบนนอน (Dan O’Bannon) (ผู้เขียนบท Alien)
- นักแสดงนำ:
- สตีฟ เรลส์แบ็ค (Steve Railsback) รับบท ทอม คาร์ลเซน
- ปีเตอร์ เฟิร์ธ (Peter Firth) รับบท เคน
- แฟรงค์ ฟินเลย์ (Frank Finlay) รับบท ดร.ฮันส์ ฟอลลาดา
- มาทิลดา เมย์ (Mathilda May) รับบท เอเลี่ยนหญิงสาว
- แพทริก สจ๊วต (Patrick Stewart) (ปรากฏตัวในบทเล็กๆ!)
อยากติดตามผลงานอื่นๆ ของพวกเขาไหม? ลองค้นหาบนเว็บ Movie24HD ของเราได้เลย!
โปสเตอร์หนัง



รีวิวภาพรวม: หนังไซไฟ-สยองขวัญเกรด B ที่ทะเยอทะยาน
“Lifeforce” คือภาพยนตร์ที่ “ทะเยอทะยาน” และ “บ้าคลั่ง” อย่างแท้จริง หนังอัดแน่นไปด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณจะจินตนาการได้ ทั้งยานอวกาศ, เอเลี่ยน, แวมไพร์, ซอมบี้, การระเบิด, และสเปเชียลเอฟเฟกต์สุดอลังการ (ในยุคนั้น)
จุดแข็งที่สุดและเป็นที่จดจำมากที่สุดคือ การออกแบบงานสร้าง และ เทคนิคพิเศษ ที่ทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมและน่าทึ่ง ฉากที่กรุงลอนดอนลุกเป็นไฟและเต็มไปด้วยซอมบี้ในช่วงท้ายเรื่องนั้นยิ่งใหญ่และน่าตื่นตาตื่นใจมาก และแน่นอนว่าการปรากฏตัวของ มาทิลดา เมย์ ในบทแวมไพร์อวกาศสาวนั้นทั้งงดงามและน่าสะพรึงกลัวไปพร้อมๆ กัน
แม้ว่าบทภาพยนตร์อาจจะดูสับสนและเต็มไปด้วยความไม่สมเหตุสมผลในหลายๆ จุด แต่ถ้าคุณมองหาหนังไซไฟ-สยองขวัญที่ให้ความบันเทิงแบบ “ถึงเครื่อง” “Lifeforce” คือคำตอบที่ใช่เลย
คะแนนจากนักวิจารณ์:
- IMDb: 6.1/10
- Rotten Tomatoes: 67% (คะแนนจากฝั่งนักวิจารณ์)
หมื่นทิพ
ย้อนอดีตหนังแนวไซไฟสยองอีกเรื่องครับ จะว่าไปคนทำหนังเรื่องนี้ก็ไม่ใช่กระจอกหรอกนะครับ เขาคือ Tobe Hooper เจ้าตำรับคนทำ The Texas Chinsaw Massacre ที่ตอนนั้นชื่อเสียงกำลังแรง เพราะ หลังจากแจ้งเกิดด้วยหนังสิงหาสับแล้วก็สร้างชื่อต่อด้วย Eaten Alive, Salem’s Lot และงานชิ้นสำคัญคือ Poltergeist หนังบ้านผีสิงที่เขาได้ร่วมงานกับ Steven Spielberg เท่านั้นล่ะครับชื่อพี่แกดังไปหลายวาจนมีหลายค่ายหนังพากันมาตอดให้ไปทำหนังให้หน่อย และค่ายที่จีบ Hooper สำเร็จก็คือ Cannon Film ซึ่งพี่แกก็เซ็นสัญญาทำหนังสามเรื่องรวด นี่คือเรื่องแรกในสัญญานั้นครับ
สร้างจากนิยายแนวไซไฟของ Colin Wilson เนื้อเรื่องว่าด้วยอนาคตที่มนุษย์ส่งยานอวกาศออกไปสำรวจดาวหางฮัลเล่ย์ และปรากฏว่าภายในดาวหาง พวกลูกทีมสำรวจต้องเจอกับความสยอง เมื่อมีสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายมนุษย์ นอนสงบนิ่งอยู่ในนั้น เป็นชายสอง หญิงหนึ่ง (Mathilda May) ซึ่งหญิงหนึ่งนี่แหละทำท่าจะเป็นหัวหน้า พวกเขาจับพวกนี้ขึ้นยานเพื่อตรวจสอบ แล้วเป็นไงล่ะครับ พวกมันก็ไล่ฆ่าคน จนเหลือคนรอดเพียงหนึ่ง ซึ่งก็คือ ทอม คาลเซน (Steve Railsback) เขาได้กลับมาเล่าเรื่องสยองให้เจ้าหน้าทีทางการบนโลกฟัง แต่เรื่องร้ายยังไม่จบ เพราะมันได้ตามเขามายังโลก และเริ่มกระบวนการไล่ดูดชีพมนุษย์ งานนี้โลกได้ไร้สิ่งมีชีวิตแน่นอน เพราะพวกมันคือแวมไพร์สายพันธุ์อวกาศที่มาเพื่อดูดชีพคนทั้งโลก! โดยพล็อตผมว่าเรียกความสนใจได้ดีนะครับ เป็นแวมไพร์อวกาศ เทคนิคพิเศษนี่ผมว่าคนทำออกแบบได้ไม่เลว พวกภายในดาวหางอะไรเนี่ยออกแบบมาไม่เลวครับ ดูสวยแบบน่ากลัวดี การเดินเรื่องผมว่าก็พอได้น่ะ เรื่อยๆ ไม่ได้เร้าใจตลอด แต่ก็สนุกแบบหนังไซไฟแบบเอเลี่ยนบุกโลกแบบนี้
แต่หนังมีจุดขายสำคัญที่ไม่พูดถึงไม่ได้ครับ เป็นสิ่งที่ผู้ชายคงต้องรีบหาเช่ามาดูทันทีที่ผมเอ่ยปากบรรยายไปแล้ว คุณจำหนังอย่าง Species ได้ไหมครับ อ้า รู้ใช่ไหมครับว่าจุดขายแท้ๆ น่ะคืออะไร อ้า ใช่ครับ จุดขายอยู่ที่การออกแบบตัวเอเลี่ยน ฮ่าๆๆๆ ใช่ที่ไหนล่ะนั่น จุดขายมันอยู่ที่ตัวนางเอกต่างหาก เล่นแสดงแบบไม่เปลืองเสื้อผ้าใดๆ อะไรจะเปิดเผยขนาดนั้นน้อ
ครับ และจุดขายสำคัญของหนังเรื่องนี้ ก็คืออันนั้นแหละ แต่ออกจะขายมากกว่า Species หน่อย เพราะเรื่องนั้นเล่นแบบไม่เปลือง แต่เรื่องนี้เล่นแบบไม่ใส่ไปเลย!
โอ้ว แม่เจ้า อย่าหาว่าผมหื่นเลยนะครับ นี่คือข้อเท็จจริง จุดขายที่ผมว่าคือแวมไพร์สาวตัวที่เป็นหัวหน้าไงครับ ซึ่งถ้าถามว่าเลอะเทอะหรือไม่ก็บอกได้เลยว่าไม่ เพราะตามบทเธอเป็นสิ่งมีชีวิตอวกาศที่ไม่สนใจเรื่องเสื้อผ้าแพรพรรณใดๆ เธอมาเพื่อดูดชีพครับ ต่างจากแวมไพร์บนโลกแค่ว่า พวกนี้จะดูพลังชีวิตจากปากไปเลย ไม่ดูดแค่เลือด ทำให้คนโดนดูดจะค่อยๆ ซีดกลายเป็นซากศพแบบซอมบี้ แต่ยังทะลึ่งเดินได้ด้วยนะครับ มันจะเดินไปดูดชีพคนต่อไป ตรงนี้แหละที่เหมือนกับแวมไพร์ คิดดูสิครับ ในเรื่องมันมีตัวพวกนี้เพิ่มจำนวนจากหนึ่งเป็นสิบ จากสิบเป็นร้อย โอย ตอนท้ายนี่ตัวบ้าเต็มเมืองไปหมดเลยครับ
หนังเรื่องนี้ออกแผ่นครั้งแรกเมื่อปี 2543 ได้มั้ง ผมดูปุ๊บแนะนำให้เพื่อนดูต่อทันที ก็ไม่มมีอะไรมากครับ แค่ไอ้เพื่อนผมทุกคนต่างก็เคยดูหนังเรื่องนี้มาแล้วทั้งนั้น พร้อมเห็นตรงกันว่าในฐานะมนุษย์บุรุษเพศ ดูเถิดชาวเรา! คุ้มแน่นอน (บางคนตามซื้อเก็บเลยครับ แหม อะไรจะชอบหนังขนาดนั้น) แต่ตัว May คนที่เล่นเป็นแวมไพร์สาวจากต่างดาวนั่นสวยจริงๆ ครับ น่ารักเอาเรื่อง ลอง Search ดูในเน็ทเองแล้วกันนะครับ ผมก็อยากเอารูปมาลง แต่อย่างที่บอก ในเรื่องเธอเล่นไม่เปลืองเสื้อแต่เปลืองตัว ลงมาที่นี่เดี๋ยวบล็อกผมจะโดนบล็อกเสียเองกันพอดี บอกแค่ว่า คุ้มที่จะดูแหละครับถ้าจะวัดจากประเด็นเนี้ย
เอ ผมว่าผมชักจะนอกเรื่องหนังไปหลายกิโลแล้วนะครับ ขอวกกลับมาก่อน สำหรับตัวหนังเอง ผมว่ามันก็ใช้ได้ครับ แม้คนเขียนนิยายเรื่องนี้จะออกมาสับก็ตาม ผมก็เข้าใจนะครับ เพราะความซับซ้อนในนิยายหายไปหมด อีกทั้งการต่อสู้รบกับแวมไพร์อวกาศก็อลังการตื่นตากว่ากันเยอะในหนังสือน่ะนะครับ แต่ถ้าไม่คิดมาก หนังก็เล่าตรงประเด็น ดาราก็เล่นได้ไม่เลว โดยเฉพาะ Peter Firth ที่มาแสดงเป็นท่านนายพลโคลิน เคน ผู้ร่วมตามล่าแวมไพร์กับคาลเซน หน้าตาแกดูมุ่งมั่นและฉลาดไม่เลวครับ นอกจากนี้หนังยังได้ Patrick Stewart เจ้าของบทกัปต้นพิคาร์ดหัวโป้งเหน่งมาแสดงเป็น ดร.อาร์มสตรอง นักจิตวิทยาที่พยายามเชื่อมจิตกับแวมไพร์นั่น
แต่หนังมันก็เรื่อยๆ น่ะครับ ไม่ได้ตื่นเต้นเร้าใจเท่าไรนัก จริงๆ พล็อตน่าสนนะครับ ตอนต้นก็ทำได้ไม่เลว ให้อารมณ์พอๆ กับ Alien ภาคแรกตอนที่ลูกยานลงไปสำรวจเจอดงไข่เอเลี่ยนเลย แต่หลังจากนั้นหนังพยายามใส่ฉากอธิบายเหตุการณ์มากเกินไป เอะอะก็คุยกันๆๆ แทนที่จะตามล่าให้มันตื่นเต้นกับไปเลยจะเข้าท่ากว่า
ภาพยนตร์ที่คล้ายกัน
หากคุณชื่นชอบหนังสยองขวัญ-ไซไฟยุค 80s เราขอแนะนำเรื่องเหล่านี้:
- The Thing (1982) ไอ้ตัวเขมือบโลก: หนังสยองขวัญ-ไซไฟสุดกดดันที่กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ในแอนตาร์กติกาต้องเผชิญหน้ากับเอเลี่ยนแปลงกาย
- Aliens (1986) เอเลี่ยน 2 ฝูงมฤตยูนอกโลก: หนังแอ็กชัน-ไซไฟที่ว่าด้วยหน่วยนาวิกโยธินอวกาศที่ต้องต่อสู้กับฝูงเอเลี่ยนสุดโหด
- From Beyond (1986): หนังสยองขวัญ-ไซไฟสุดแหวะที่ว่าด้วยการทดลองที่เปิดประตูสู่มิติอื่น
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: หนังเรื่องนี้สร้างจากหนังสือหรือไม่?
A: ใช่! “Lifeforce” ดัดแปลงมาจากนวนิยายไซไฟในปี 1976 เรื่อง “The Space Vampires” ของนักเขียน โคลิน วิลสัน (Colin Wilson)
Q: ทำไมหนังถึงไม่ประสบความสำเร็จในตอนที่ออกฉาย?
A: เนื่องจากหนังมีโทนเรื่องที่ “แปลกประหลาด” และผสมผสานหลายแนวทางมากเกินไป (ไซไฟ, สยองขวัญ, ซอมบี้, อีโรติก) ทำให้ผู้ชมในวงกว้างเข้าถึงได้ยาก แต่เมื่อเวลาผ่านไป หนังก็ได้รับการยอมรับในฐานะ “คัลท์คลาสสิก” ที่กล้าหาญและมีความคิดสร้างสรรค์
Q: หนังเหมาะกับผู้ชมกลุ่มไหน?
A: เหมาะสำหรับคอหนังไซไฟ-สยองขวัญตัวจริงที่ชื่นชอบหนังเกรด B, สเปเชียลเอฟเฟกต์แบบดั้งเดิม, และจินตนาการที่หลุดโลก ไม่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเด็กและเยาวชน เนื่องจากมีฉากเปลือยและฉากความรุนแรงที่ค่อนข้างสูงค
ในฐานะหนังไซไฟ ผมว่ามันก็ไม่เลว ไม่ได้สยองมาก ไม่ตื่นเต้นมาก แต่ดูได้เรื่อยๆ ไม่ค่อยผิดหวัง ยิ่งถ้าคุณเป็นบุรุษล่ะน่าจะให้อภัยหนังได้ไม่ยากครับ เล่นมีดาราสวยๆ มานำแสดงแบบ Opening ซะขนาดนั้น แต่หนังก็ไม่ประสบความสำเร็จนะครับ ลงทุนไป 25 ล้าน เอาคืนมาได้แค่ 11 ล้านเท่านั้น สาเหตุสำคัญเนื่องจากหนังดันเปิดตัวสัปดาห์เดียวกับ Cocoon หนังมนุษย์ต่างดาวลงมายังโลกเหมือนกัน แต่เรื่องนั้นคุณภาพคับจอครับ กำกับโดย Ron Howard แหม ก็สมควรแพ้ล่ะ แข่งกับใครไม่แข่ง