นักแสดงนำและทีมงานเบื้องหลัง
- สเตฟานี ลีโอนิดัส (Stephanie Leonidas) รับบทเป็น เฮเลน่า / เจ้าหญิงแห่งเงา
- เจสัน แบร์รี (Jason Barry) รับบทเป็น วาเลนไทน์
- จีน่า แม็คนิค (Gina McKee) รับบทเป็น แม่ / ราชินีแห่งแสง / ราชินีแห่งเงา
- ทีมผู้สร้างอัจฉริยะ:
- ผู้เขียนบท: นีล ไกแมน (Neil Gaiman) สุดยอดนักเขียนแฟนตาซีแห่งยุค
- ผู้กำกับ/ผู้ออกแบบ: เดฟ แม็คคีน (Dave McKean) ศิลปินคู่บุญของไกแมน ผู้ออกแบบปกคอมิก The Sandman และวาดภาพใน Arkham Asylum อันโด่งดัง
- อำนวยการสร้าง: The Jim Henson Company (ผู้สร้าง Labyrinth และ The Dark Crystal)
โปสเตอร์หนัง



รีวิวและบทวิเคราะห์
Mirrormask คือภาพยนตร์ที่เป็น “งานศิลปะ” อย่างแท้จริง มันคือการนำเอาสไตล์ภาพวาดแบบผสมผสาน (Mixed-media) และภาพตัดแปะ (Collage) ที่เป็นเอกลักษณ์ของเดฟ แม็คคีน มาทำให้เคลื่อนไหวได้อย่างน่าทึ่ง
- โลกแฟนตาซีที่ไม่เหมือนใคร: หนังเรื่องนี้โดดเด่นอย่างยิ่งในด้าน “จินตนาการ” ทุกสิ่งทุกอย่างในเรื่อง ตั้งแต่ตัวละคร, สถาปัตยกรรม, ไปจนถึงสิ่งของต่างๆ ล้วนดูแปลกประหลาดและคาดเดาไม่ได้ ราวกับหลุดออกมาจากความฝันที่พิสดารที่สุด
- เรื่องราวสไตล์ นีล ไกแมน: ภายใต้ภาพที่แปลกตา คือเรื่องราวการเดินทาง “Coming-of-Age” ที่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์และกลิ่นอายของเทพนิยายในแบบฉบับของไกแมน มันคือการเดินทางของเด็กสาวที่ต้องเผชิญหน้ากับความรู้สึกผิดและความกลัวในใจของตัวเอง
- หนังคัลท์ที่เลือกผู้ชม: ต้องยอมรับว่านี่ไม่ใช่หนังสำหรับทุกคน ด้วยงานภาพที่แปลกตาและพล็อตเรื่องที่ดำเนินไปเหมือนความฝัน อาจจะทำให้ผู้ชมที่คุ้นเคยกับหนังกระแสหลักรู้สึกสับสนได้ แต่สำหรับคนที่รักในศิลปะ, งานออกแบบ, และเรื่องราวแฟนตาซีที่แตกต่าง… นี่คือหนังที่คุณจะหลงรัก
- IMDb: ให้คะแนน 6.6/10
- Rotten Tomatoes: ได้รับคะแนนจากฝั่งนักวิจารณ์ที่ 52% ซึ่งเป็นคะแนนเสียงแตก ที่สะท้อนความเป็นหนังเฉพาะกลุ่มได้อย่างชัดเจน
bobtoombs
⭐ 6/10
ผมเป็นอีกคนที่ได้ดูเรื่องนี้ที่เทศกาลซันแดนซ์ และทุกสิ่งที่ผมชอบเกี่ยวกับนิยายภาพของเกย์แมนและแมคคีนก็ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ขันที่เงียบขรึม ความเฉลียวฉลาด ความแปลกประหลาดที่น่ารื่นรมย์ และคลังคำศัพท์ภาพที่น่าทึ่ง ยกเว้นแต่ในกรณีนี้ คำพูดเหล่านั้นถูกถ่ายทอดโดยนักแสดงฝีมือดี และภาพเหล่านั้นก็ทำให้ผู้ชมลุกขึ้นยืนและขยับตัวได้ ยากที่จะบรรยายถึงความประทับใจจากการดูภาพวาดของแมคคีนเคลื่อนไหวและพูดได้ อาจมีบางคนที่บ่นว่าหนังดูมีชีวิตชีวาเกินไป แต่แน่นอนว่านั่นคือประเด็นสำคัญ: การสร้างโลกขึ้นมาและทำให้มันเต้นระบำ ผลลัพธ์สุดท้าย อย่างน้อยก็ในด้านภาพ ก็ไม่เหมือนอะไรที่คุณเคยเห็นมาก่อน และคุ้มค่าแก่การชมด้วยเหตุผลนี้เพียงอย่างเดียว
บางคนที่ผมได้พูดคุยด้วยหลังจากฉายจบก็ชอบภาพเช่นกัน แต่รู้สึกว่าเนื้อเรื่องค่อนข้างน่าเบื่อ เพราะพวกเขาเคยเห็นมันมาหมดแล้ว จริงอยู่ที่เรื่องราวนี้มีอิทธิพลซ่อนอยู่เต็มไปหมด มีทั้ง “Alice in Wonderland” นิดๆ ตรงนี้ “Time Bandits” นิดหน่อยตรงนั้น มี “Wizard of Oz” เยอะแยะเลย ยังไม่พูดถึงความคล้ายคลึงกับ “Coraline” ของเกย์แมนอีก แต่ผมก็คุ้นเคยกับเรื่องราวเหล่านั้นพอๆ กับคนอื่นๆ และความคล้ายคลึงกันนั้นไม่เคยขัดจังหวะความสนุกของ “MirrorMask” เลย เพราะท้ายที่สุดแล้ว ความสำเร็จของหนังขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณทำกับเรื่องราว และในแต่ละช่วงเวลา ก็มีนวัตกรรมและความเฉลียวฉลาด ความสุขและความมหัศจรรย์มากพอที่จะทำให้หนังเรื่องนี้เป็นความสุขเชิงบวก ผมนึกภาพเด็กๆ นั่งดูผู้ชมด้วยตาเบิกโพลง และผมก็นึกภาพพ่อแม่ของพวกเขานั่งข้างๆ ด้วยความตื่นตาตื่นใจเช่นกันด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง “MirrorMask” อาจจะสนุกหรืออาจจะไม่สนุกจนเกินไปที่จะประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์ แต่ผมคาดว่าหนังเรื่องนี้จะมีอายุยืนยาวมาก ฉันรู้ว่าฉันจะซื้อดีวีดีทันทีที่วางจำหน่าย เพื่อที่ฉันจะได้แสดงให้คนอื่นดูและพูดว่า “รอจนกว่าคุณจะได้ดูอันนี้”
A.P.
⭐ 6/10
ผมเพิ่งกลับมาจากการดูหนังเรื่องสั้นสุดวิเศษเรื่องนี้ครับ จากเรื่องย่อ หลายคนคงเห็นแล้วว่าหนังเรื่องนี้ไม่เพียงแต่เป็นหนังเด็กเท่านั้น แต่ยังหยิบยืมแนวคิดคลาสสิกอย่าง “เด็กสาวที่ติดอยู่ในต่างโลก เปรียบเสมือนการเติบโตขึ้น” มาด้วย เรายังได้ชมฉากสั้นๆ ของชายคนหนึ่งที่กำลังโยนลูกบอลแก้วแบบเดียวกับเดวิด โบวี่ใน “Labirynth” อีกด้วย เนื้อเรื่องที่เห็นได้ชัดของ “Alice in Wonderland-esquire” ทำให้เรื่องราวค่อนข้างคาดเดาได้ง่าย เพราะเราเคยดูมาหลายครั้งแล้ว แต่ถ้าได้นั่งผ่อนคลายและดื่มด่ำกับเวทมนตร์และตัวละครต่างๆ ก็รับรองว่าสนุกแน่นอน หนังเรื่องนี้เหมาะกับครอบครัวมาก
ในขณะเดียวกัน เหล่าคนรักศิลปะก็จะจำชื่อของ Neil Gaiman และ Dave McKean ได้ทันที Gaiman เป็นนักประพันธ์นวนิยายหลายเรื่อง เช่น “American Gods” และ “Neverwhere” และยังเป็นนักเขียนการ์ตูนที่โด่งดังจากผลงานชิ้นเอกเชิงปรัชญาอย่าง “The Sandman” อีกด้วย แม็คคีนก็เป็นนักออกแบบกราฟิกชื่อดังเช่นกัน และยังเคยร่วมงานกับเกย์แมนในภาพยนตร์เรื่อง “Sandman” อีกด้วย ทั้งคู่เคยร่วมงานกันในหนังสือเด็กด้วย ผลงานการออกแบบอันยอดเยี่ยมของแม็คคีนและตัวละครที่น่ารักของเกย์แมนปรากฏให้เห็นตลอดทั้งเรื่อง ผู้ที่มองหาภาพยนตร์ที่เน้นการใช้ความคิดมากกว่านี้คงไม่ผิดหวัง ข้อเสียเพียงอย่างเดียวของภาพยนตร์เรื่องนี้คือบางช่วงบางตอนหนังดำเนินเรื่องช้าไปหน่อย และบางครั้งเอฟเฟกต์ก็ “สวยเกินไป” ซึ่งอาจทำให้เสียสมาธิได้ นี่เป็นเพียงข้อเสียเล็กๆ น้อยๆ สองข้อในภาพยนตร์ที่ยอดเยี่ยมเรื่องนี้ ผมรู้ว่าผมคงไม่ใช่คนเดียวที่หวังว่านี่จะเป็นหนังเรื่องแรกในหลายๆ เรื่องที่จะเกี่ยวข้องกับการกลับมาของจิม เฮนสัน คอมพานี
ภาพยนตร์ที่คล้ายกัน
หากคุณหลงใหลในหนังแฟนตาซีที่ภาพสวยงามแปลกตา เราขอแนะนำ:
- Labyrinth (1986): หนังแฟนตาซีในตำนานจาก The Jim Henson Company ที่มีธีมเรื่องเด็กสาวที่ต้องเดินทางในโลกสุดประหลาดคล้ายกันมาก
- Pan’s Labyrinth (2006): เวอร์ชั่นที่ดาร์กและจริงจังกว่าของเด็กสาวที่หลีกหนีความจริงอันโหดร้ายเข้าสู่โลกแฟนตาซี
- Coraline (2009): อีกหนึ่งผลงานจากปลายปากกาของ นีล ไกแมน ที่มีธีมเรื่อง “โลกอีกใบ” และงานภาพที่ไม่เหมือนใคร
- Alice in Wonderland: ต้นตำรับของเรื่องราวแนว “เด็กสาวหลุดไปในดินแดนมหัศจรรย์”
คำถามที่พบบ่อย (Q&A)
Q: หนังเรื่องนี้เป็นของผู้เขียน Coraline จริงเหรอ?
A: ใช่! เขียนบทโดย นีล ไกแมน คนเดียวกันเลย คุณจะรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายความแฟนตาซีที่ลึกลับและแอบดาร์กเล็กๆ ที่เป็นลายเซ็นของเขาตลอดทั้งเรื่อง
Q: ทำไมภาพในหนังถึงดูแปลกๆ ไม่เหมือนหนังเรื่องอื่น?
A: เพราะผู้กำกับ เดฟ แม็คคีน คือศิลปินนักวาดภาพประกอบชื่อดังครับ เขาจงใจสร้างหนังเรื่องนี้ให้มีสไตล์เหมือนกับ “งานศิลปะ” ของเขาที่เคลื่อนไหวได้ มันคือความตั้งใจทางศิลปะล้วนๆ
Q: หนังเรื่องนี้น่ากลัวไหม?
A: ไม่ใช่หนังสยองขวัญครับ แต่มีความ “เซอร์เรียล” และ “ประหลาด” สูงมาก ดีไซน์ของตัวละครบางตัวและบรรยากาศที่มืดหม่นอาจจะทำให้รู้สึก “น่าขนลุก” ได้บ้างสำหรับผู้ชมบางท่าน เป็นเหมือนเทพนิยายด้านมืดมากกว่า
บทสรุป: Mirrormask คือผลงานแฟนตาซีที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน เป็นการเดินทางที่เปี่ยมด้วยจินตนาการและงานศิลปะที่น่าตื่นตาตื่นใจ แม้อาจจะไม่ใช่หนังที่ถูกใจทุกคน แต่สำหรับแฟนๆ ของ นีล ไกแมน, เดฟ แม็คคีน, และคนที่รักในภาพยนตร์ที่กล้าจะแตกต่าง… นี่คือสมบัติล้ำค่าที่คุณควรได้สัมผัส