ทำความรู้จักทีมงานและนักแสดง
- ผู้กำกับ/เขียนบท: อเลฮานโดร อาเมนาบาร์ (Alejandro Amenábar)
- นักแสดงนำ:
อยากติดตามผลงานอื่นๆ ของพวกเขาไหม? ลองค้นหาบนเว็บ Movie24HD ของเราได้เลย!
โปสเตอร์หนัง



รีวิวภาพรวม: หนังทริลเลอร์-จิตวิทยาที่บรรยากาศเยี่ยม
“Regression” คือภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงามในการสร้าง “บรรยากาศ” ที่น่าอึดอัด, มืดมน, และเต็มไปด้วยความไม่น่าไว้วางใจ หนังสามารถถ่ายทอดกระแสความหวาดกลัวในลัทธิซาตานที่เคยเกิดขึ้นจริงในสังคมอเมริกันยุค 80s-90s ออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนได้เข้าไปอยู่ในใจกลางของความหวาดระแวงนั้นจริงๆ
การแสดงของ อีธาน ฮอว์ค นั้นยอดเยี่ยมและน่าเชื่อถือ เขาถ่ายทอดบทบาทของนักสืบผู้ยึดมั่นในเหตุผลที่ค่อยๆ ถูกความน่ากลัวและความสงสัยกัดกินได้อย่างน่าเห็นใจ ในขณะที่ เอ็มม่า วัตสัน ก็มอบการแสดงที่เปราะบางและน่าค้นหา
แม้ว่าบทสรุปของหนังอาจจะไม่ได้หักมุมในแบบที่คอหนังทริลเลอร์คาดหวัง แต่ก็เป็นบทสรุปที่ “สมจริง” และ “น่าขบคิด” อย่างยิ่ง นี่คือหนังที่ไม่ได้เน้นความน่ากลัวแบบผีตุ้งแช่ แต่เน้นไปที่ความน่ากลัวของ “จิตใจมนุษย์” และ “อุปทานหมู่”
คะแนนจากนักวิจารณ์:
- IMDb: 5.6/10
- Rotten Tomatoes: 15% (คะแนนจากฝั่งนักวิจารณ์)
หมื่นทิพ
Alejandro Amenábar ผู้กำกับที่หลายคนจดจำได้ดีจากหนังระทึกขวัญชั้นยอดอย่าง Tesis, Abre los ojos (Open Your Eyes) และ The Others กลับมาอีกหนในหนังแนวระทึก+สยอง+ลึกลับ ซึ่งจริงๆ น่าจะเป็นอะไรที่พี่แกถนัดน่ะนะครับ และงานนี้พี่แกเขียนบทเองด้วยครับ กับเรื่องราวการสืบสวนของบรูซ เคนเนอร์ (Ethan Hawke) ที่รับหน้าที่สืบคดีล่วงละเมิดทางเพศของสาวน้อยคนหนึ่ง (Emma Watson) แต่ไปๆ มาๆ ทำท่าว่าคดีนี้จะมีเรื่องเหนือธรรมชาติ มีลัทธิซาตานอยู่เบื้องหลัง ในแง่ของการสร้างความระทึกขวัญ ถือว่า Amenábar ยังทำได้เป็นพักๆ ครับ บางฉากก็ระทึกและหลอนไม่เลว ช่วงต้นๆ หนังก็ทิ้งปมได้น่าสนใจครับ แต่ในแง่ความน่าติดตามแล้วถือว่ายังไม่มาก ว่าง่ายๆ คือมีฉากชวนระทึกดีๆ อยู่บ้าง แต่หากว่ากันโดยรวมๆ แล้ว บทยังไม่ดึงดูดให้ติดตามพอ และการเดินเรื่องที่น่าสนใจช่วงต้นก็มาออกแนวเนือยในตอนท้าย และหากใครเป็นคอหนังแนวนี้ล่ะก็ น่าจะพอเดาบทสรุปได้ไม่ยาก ครับ ถ้าว่ากันถึงตัวหนังแล้ว ถือว่าออกมาเรื่อยๆ ไม่ได้เลวร้ายหนักหนา แต่ก็ไม่ได้โดดเด่นเป็นพิเศษ จริงๆ ผมมองว่าบทสรุปที่พอเดาได้นั้นไม่เชิงเป็นปัญหาหรอกครับ เพราะจริงๆ อย่าง The Others น่ะก็มาพร้อมบทสรุปที่หนังดังๆ เคยเล่นกันมาแล้ว แต่ด้วยจังหวะการนำเสนอ และการหลอกล่อที่ได้ผล ทำให้เราพร้อมโอบรับบทสรุปหักมุม (แบบที่พอเดาได้) อันนั้นไว้อย่างเต็มใจ แต่กับเรื่องนี้ พลังความระทึกไม่มากเท่าคราวก่อนครับ ดีเป็นบางฉาก แต่ถ้าว่ากันรวมๆ ก็มีฉากเนือยมากกว่าฉากที่ดี ในแง่นักแสดง จริงๆ ไม่มีปัญหานะ Hawke ไปได้ดีกับบทแนวนี้ครับ พอมาสังเกตดีๆ พบว่าระยะหลังแกเล่นบทประมาณนี้ในหนังสยองหรือไม่ก็ลึกลับอยู่บ่อยๆ ไม่ว่าจะ The Purge, Sinister และ Predestination ซึ่งพี่แกก็ไม่ทำให้ผิดหวังครับ
james-xd
⭐ 7/10
หนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังธรรมดาๆ ที่ให้ 7 คะแนน ซึ่งผมมักจะให้คะแนนหนังที่พอใช้ได้แต่ไม่ได้โดดเด่นอะไรนัก ส่วน Regression ในบางแง่มุมให้ 8 หรือจะเรียกว่า 9 ก็ได้ แต่ข้อเสียบางอย่างก็แย่เกินกว่าจะมองข้ามได้ ผมจะเริ่มต้นด้วยการพูดถึงจุดเด่นของหนัง เนื้อเรื่องและบทหนังน่าสนใจ คาดเดาไม่ได้ และสดใหม่ มีการหักมุมและพลิกผันมากพอที่จะทำให้ผู้ชมคาดเดาไม่ได้ และถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริงๆ หนังก็ดูน่ากังวลและอึดอัด การหักมุมต่างๆ ที่เกิดขึ้นตลอดเรื่องก็ไม่ได้แปลกประหลาดอะไร ผู้ชมที่ตั้งใจจะจับประเด็นเล็กๆ น้อยๆ ได้ การแสดงก็ดี และตัวละครก็ทำให้เราเชื่อในบทบาทของพวกเขาได้ ส่วนใหญ่แล้ว แล้วมีอะไรผิดปกติ? อันดับแรกและสำคัญที่สุด ถึงแม้นางเอกจะเป็นนักแสดงที่ดี แต่สำเนียงอเมริกันของเธอยังไม่น่าเชื่อพอที่จะทำให้เราลืมเฮอร์ไมโอนี่ไปได้ ประการที่สอง ถึงแม้ผมจะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบยุติธรรมของอเมริกา แต่แนวทางปฏิบัติและการกระทำบางอย่างของตำรวจดูน่าสงสัยและไม่สมจริง นักจิตวิทยานั้นเชยและน่ารำคาญ คอยแต่จะเย้ยหยันคนแปลกหน้าที่นับถือศาสนา ตอนจบกลับกลายเป็นจุดไคลแม็กซ์ทันทีที่การเปิดเผยครั้งใหญ่เกิดขึ้น และดูเหมือนว่าคนเขียนบทพยายามปลุกบรรยากาศให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ซึ่งก็ไม่ได้เกิดขึ้นจริง ตอนจบก็ยากที่จะเข้าใจในเชิงตรรกะเช่นกัน ดังนั้น แม้ว่าหนังเรื่องนี้จะดูสนุกมาก แต่ข้อบกพร่องของมันกลับทำให้คะแนน 8+ ในสายตาผมลดลง
deloudelouvain
⭐ 7/10
หนังแนวลึกลับ/ระทึกขวัญเป็นหนังที่ผมชอบที่สุดเสมอ ผมชอบแนวนี้นะ หนังที่เราผ่อนคลายและพยายามหาคำตอบว่าเกิดอะไรขึ้น บางครั้งมันก็แย่ บางครั้งมันก็ดีเหมือนเรื่องนี้ ผมไม่ทันตั้งตัว และนั่นคือสิ่งที่ผมชอบที่สุดเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ ถึงแม้ว่าผมจะอยากให้มีตอนจบอีกแบบ แต่มันก็ไม่เป็นไร เพราะมันทำให้ผมประหลาดใจและผมก็ชอบมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้นักแสดงฝีมือดีอย่างอีธาน ฮอว์ค และเอ็มมา วัตสัน นักแสดงคนอื่นๆ ก็มีคุณภาพเช่นกัน ผมชอบช่วงที่มืดมนของ Regression มาก ทำได้ดีมากสำหรับ Alejandro Amenábar ผมจะต้องดูหนังของเขาอีกแน่นอน ผมเข้าใจว่าบางคนอาจจะไม่ชอบหนังเรื่องนี้ แต่การให้คะแนนต่ำกว่าห้านี่มันไร้สาระสิ้นดี นั่นคือมุมมองของผม แน่นอนว่าเมื่อคุณเห็นหนังขยะจำนวนมากที่ได้คะแนนมากกว่า Regression
ภาพยนตร์ที่คล้ายกัน
หากคุณชื่นชอบหนังแนวทริลเลอร์-จิตวิทยาที่เล่นกับความทรงจำและความเชื่อ เราขอแนะนำเรื่องเหล่านี้:
- The Others (2001) คฤหาสน์ สัมผัสผวา: อีกหนึ่งผลงานระดับมาสเตอร์พีซของผู้กำกับคนเดียวกัน ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศน่าขนลุกและการหักมุมที่คาดไม่ถึง
- Primal Fear (1996) สัญชาตญาณดิบซ่อนนรก: การปะทะบทบาทสุดเชือดเฉือนระหว่างทนายความกับเด็กหนุ่มผู้ต้องหาคดีฆาตกรรม ที่เต็มไปด้วยการหักมุม
- Shutter Island (2010) เกาะนรก กรงสวรรค์: การสืบสวนบนเกาะลึกลับที่เต็มไปด้วยความลับและเส้นแบ่งที่เลือนรางระหว่างความจริงกับความบ้า
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: “จิตบำบัดย้อนความทรงจำ” (Regression Therapy) มีอยู่จริงหรือไม่?
A: มีอยู่จริงครับ และเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันอย่างมากในวงการจิตวิทยา เป็นเทคนิคที่ใช้การสะกดจิตเพื่อช่วยให้คนไข้สามารถเข้าถึงความทรงจำที่ถูกกดทับไว้ในวัยเด็ก แต่ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิด “ความทรงจำลวง” (False Memory) ขึ้นได้ ซึ่งเป็นแก่นสำคัญที่หนังเรื่องนี้นำมาใช้นั่นเอง
Q: “Satanic Panic” คืออะไร?
A: คือปรากฏการณ์ทางสังคมที่เกิดขึ้นจริงอย่างกว้างขวางในสหรัฐอเมริกาช่วงทศวรรษ 1980s-90s ครับ ที่ซึ่งผู้คนเกิดความตื่นตระหนกและหวาดกลัวว่ามี “ลัทธิบูชาซาตาน” แฝงตัวอยู่ในสังคมและก่อเหตุอาชญากรรมร้ายแรงต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากข่าวลือและอุปทานหมู่มากกว่าจะมีหลักฐานที่ชัดเจน
Q: ทำไมนักวิจารณ์ถึงให้คะแนนน้อย?
A: นักวิจารณ์ส่วนใหญ่มองว่าพล็อตเรื่องค่อนข้างจะคาดเดาได้ง่ายสำหรับคอหนังแนวนี้ และไม่สามารถสร้างความประหลาดใจได้เท่ากับผลงานเรื่องก่อนๆ ของผู้กำกับ อเลฮานโดร อาเมนาบาร์