ดูหนัง Starman (1984) สตาร์แมน มนุษย์ดวงดาว
ถ้าจะพูดถึงภาพยนตร์ที่สามารถเล่าเรื่องราว “รักต่างดาว” ได้อย่าง “ลึกซึ้ง” และ “กินใจ” ที่สุดเรื่องหนึ่ง ชื่อของ “Starman” ผลงานของผู้กำกับหนังสยองขวัญในตำนาน จอห์น คาร์เพนเตอร์ จะต้องเป็นผลงานสุดคลาสสิกที่ทุกคนนึกถึง! การแสดงระดับออสการ์ของ เจฟฟ์ บริดเจส คือสิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้สมบูรณ์แบบ
เรื่องย่อ
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อยานอวกาศของสิ่งมีชีวิตต่างดาวลำหนึ่ง ถูกยิงตกโดยกองทัพสหรัฐฯ ขณะกำลังเดินทางมาเยือนโลกอย่างสันติ “สตาร์แมน” (Starman) สิ่งมีชีวิตผู้มาเยือน ได้หลบหนีออกจากซากยานและเดินทางมายังบ้านหลังหนึ่งในรัฐวิสคอนซิน ที่นั่นเอง เขาได้ค้นพบกับเศษผมและรูปถ่ายของ สก็อตต์ เฮย์เดน สามีผู้ล่วงลับของ เจนนี่ เฮย์เดน (รับบทโดย คาเรน อัลเลน) เขาจึงได้ทำการ “โคลนนิ่ง” และสวมรอยใช้ร่างกายของสก็อตต์ เพื่อที่จะสามารถสื่อสารและใช้ชีวิตอยู่บนโลกได้
ในตอนแรก เจนนี่รู้สึกหวาดกลัวและตกใจอย่างขีดสุด แต่เมื่อสตาร์แมน (รับบทโดย เจฟฟ์ บริดเจส) ได้แสดงให้เห็นว่าเขามาอย่างสันติและต้องการจะเดินทางไปยัง “จุดนัดพบ” ที่รัฐแอริโซนาภายใน 3 วันเพื่อกลับบ้าน…มิฉะนั้นเขาจะต้องตาย…เธอก็ตัดสินใจที่จะช่วยเหลือเขา การเดินทางข้ามประเทศของหญิงสาวผู้บอบช้ำจากการสูญเสีย กับมนุษย์ต่างดาวผู้ไร้เดียงสาที่กำลังเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับมนุษย์เป็นครั้งแรก (ทั้งความรัก, การโกหก, ไปจนถึงพายแอปเปิ้ล!) จึงเริ่มต้นขึ้น โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐบาลผู้โหดเหี้ยมคอยตามล่าพวกเขาไปติดๆ
อ่านรีวิวก่อน ดูหนัง
ทำความรู้จักทีมงานและนักแสดง
- ผู้กำกับ: จอห์น คาร์เพนเตอร์ (John Carpenter)
- นักแสดงนำ:
อยากติดตามผลงานอื่นๆ ของพวกเขาไหม? ลองค้นหาบนเว็บ Movie24HD ของเราได้เลย!
โปสเตอร์หนัง



รีวิวภาพรวม: หนังไซไฟ-โรแมนติกที่อบอุ่นหัวใจ
“Starman” คือภาพยนตร์ที่แตกต่างจากหนังเอเลี่ยนบุกโลกเรื่องอื่นๆ อย่างสิ้นเชิง หนังไม่ได้เน้นความน่ากลัวหรือฉากแอ็กชันที่ยิ่งใหญ่ แต่เน้นไปที่ “ความรัก” และ “การสื่อสาร” ระหว่างสองเผ่าพันธุ์ที่แตกต่างกันได้อย่างงดงามและน่าประทับใจ
หัวใจสำคัญที่ทำให้หนังเรื่องนี้เป็นอมตะคือการแสดงระดับ “มาสเตอร์พีซ” ของ เจฟฟ์ บริดเจส ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม! เขาถ่ายทอดบทบาทของมนุษย์ต่างดาวที่ต้องเรียนรู้การเคลื่อนไหวและอารมณ์ของมนุษย์ได้อย่างน่าทึ่งและน่าเอ็นดูอย่างยิ่ง
นี่คือหนัง “โรดมูฟวี่” (Road Movie) ที่ดูแล้วทำให้เรารู้สึก “ดี” เป็นเรื่องราวความรักที่ทั้งบริสุทธิ์, ซาบซึ้ง, และน่าเศร้าในเวลาเดียวกัน เป็นผลงานที่พิสูจน์ให้เห็นว่า จอห์น คาร์เพนเตอร์ ไม่ได้เก่งแค่หนังสยองขวัญเท่านั้น
รางวัลการันตีคุณภาพ:
- ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง 1 รางวัลออสการ์ ในสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (เจฟฟ์ บริดเจส)
คะแนนจากนักวิจารณ์:
- IMDb: 7.0/10
- Rotten Tomatoes: 86% (คะแนนจากฝั่งนักวิจารณ์)
Clive-Silas
⭐ 7/10
ฉันประหลาดใจมากที่ไม่มีใครพูดถึงความคล้ายคลึงกันในเนื้อเรื่องกับ E.T. ในตอนที่เวอร์ชันผู้ใหญ่ของเรื่องราวเดียวกันนี้ออกฉาย อาจเป็นเพราะการแสดงของเจฟฟ์ บริดเจสนั้นน่าประทับใจอย่างยิ่ง จนทำให้เราสนใจตัวละครมากกว่าเนื้อเรื่อง จนไม่ทันสังเกต โดยพื้นฐานแล้ว นี่คือหนังเล็กๆ ที่สมบูรณ์แบบ การจัดวางตัวละครอย่างสวยงามและเรียบง่าย พัฒนาไปอย่างเป็นธรรมชาติจนทำให้เราติดหนึบไปจนจบเรื่อง ความแข็งแกร่งของความสัมพันธ์หลักทำให้เรามองข้ามข้อเสียเล็กๆ น้อยๆ เช่น การที่ “เจนนีเฮย์เดน” ดูเหมือนจะไม่สนใจผู้มาเยือนจากต่างดาวของเธออย่างมาก แม้กระทั่งหลังจากที่เธอได้รู้จักเขาแล้ว เธอก็ยังถามเขาว่าโลกของเขาเป็นอย่างไรจนกระทั่งเขากำลังจะจากไป! หนังเรื่องนี้ชี้ให้เห็นถึงความย้อนแย้งที่เราทักทายจักรวาลอย่างอบอุ่น ในขณะที่ความไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกันทำให้เราตัดสินใจยิงผู้มาเยือนที่บินมาโดยไม่คาดคิดทุกคน อย่างไรก็ตาม เมื่อได้ข้อสรุปแล้ว ตัวละครของริชาร์ด เจเคลดูเหมือนจะพยายามหาทางแก้ไขด้วยความรุนแรงโดยไม่ได้สำรวจแรงจูงใจที่แท้จริง เมื่อชาร์ลส์ มาร์ติน สมิธ ชี้ให้เห็นว่าพฤติกรรมของเราดูหยาบคายเล็กน้อย เจเคลกลับไม่มีคำตอบให้เขาเลย เขาแค่พยายามฆ่าเอเลี่ยน เพราะนั่นเป็นบทบาทของเขาในภาพยนตร์ ฉันเดาเอานะ! “รู้ไหมว่าฉันคิดว่าอะไรที่สวยที่สุดในตัวคุณ? คุณจะดูดีที่สุดในยามที่ทุกอย่างแย่ที่สุด”
Truman_Burbank
⭐ 8/10
ฉันชื่นชมเจฟฟ์ บริดเจสมาตลอด แต่เพิ่งมารู้ตัวตอนเด็กๆ ว่าเขาทำหนัง เลยแปลกใจที่เห็นเขาเล่นบทมนุษย์ต่างดาวที่ไม่เข้าใจอะไรเลยเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นบนโลก ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมเขาถึงกลายเป็นดาราได้ขนาดนี้ การแสดงของเขาดีมาก อาจจะเป็นหนึ่งในสิ่งที่ดีที่สุดที่บริดเจสเคยทำในอาชีพของเขาเลยก็ว่าได้! แต่หนังเรื่องนี้ก็ทำได้ดีในทุกแง่มุม เนื้อเรื่องเข้มข้น หลีกเลี่ยงมุกตลกที่เดาได้เกี่ยวกับคนแปลกหน้าที่ต้องมาเจอกับขนบธรรมเนียมของสภาพแวดล้อมใหม่ๆ (อย่างเช่น Crocodile Dundee หรือ Blast from the Past) นักแสดงฝีมือดี กำกับได้ยอดเยี่ยม และเทคนิคพิเศษสุดอลังการ (การเปลี่ยนร่างของบริดเจสจากเด็กกลายเป็นผู้ใหญ่!) ซึ่งไม่เคยเด่นกว่าส่วนอื่นๆ ของเรื่องเลย ไม่น่าเชื่อว่าหนังเรื่องนี้จะอายุครบ 18 ปีแล้ว! เช่นเดียวกับภาพยนตร์ยุค 80 หลายๆ เรื่อง ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังมีคุณสมบัติเหนือกาลเวลาที่ทำให้คุ้มค่าแก่การรับชมแม้จะผ่านไปแล้วถึง 20 ปี (เช่นเดียวกับ Out of Africa, The Natural, Tootsie, E.T., Blade Runner,…) หากคุณกำลังมองหาภาพยนตร์ที่หวานซึ้งและเข้าถึงหัวใจคุณ ลองดูเรื่องนี้สิ!
Oliver-50
⭐ 8/10
เจฟฟ์ บริดเจส เป็นหนึ่งในนักแสดงคนโปรดของผม และน่าเสียดายที่เขายังไม่ได้รับรางวัลออสการ์ เขาแสดงมาสามสิบห้าปีแล้ว แต่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงเพียงสี่ครั้ง Starman (1984) ทำให้เขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงเป็นครั้งที่สาม และถึงแม้ว่าเขาจะต้องเจอคู่แข่งที่ดุเดือดในปีนั้นอย่าง เอฟ. เมอร์เรย์ อับราฮัม และทอม ฮัลซ์ ใน Amadeus แต่การแสดงของเขานั้นยอดเยี่ยมและยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน วิธีที่บริดเจสถ่ายทอดตัวละครนี้ออกมา รวมถึงข้อบกพร่องเล็กๆ น้อยๆ ในการเคลื่อนไหวและการพูดของเขานั้นน่าสนใจมาก มันเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สมบูรณ์แบบและไร้ที่ติ ผมนึกถึงดัสติน ฮอฟฟ์แมนที่เล่นตัวละครของเขาใน Rain Man ที่มีอาการพูดติดขัดและกระตุกเล็กน้อย แต่ฮอฟฟ์แมนก็ศึกษาโรคนี้และพบว่ามีบางอย่างที่ต้องปรับปรุง บริดเจสแสดงได้ตั้งแต่ต้นจนจบและประสบความสำเร็จอย่างงดงาม คาเรน อัลเลนและชาร์ลส์ มาร์ติน สมิธก็เล่นได้ดีเช่นกัน และดนตรีประกอบก็ยอดเยี่ยม เรื่องราวอาจจะลอกเลียนแบบไปบ้าง และมีช่วงที่เนื้อเรื่องซบเซาบ้าง แต่ใครจะสนล่ะ นี่เป็นหนังที่ต้องดูเพื่อการแสดงของบริดเจสโดยเฉพาะ
ภาพยนตร์ที่คล้ายกัน
หากคุณชื่นชอบภาพยนตร์แนวไซไฟ-โรแมนติก เราขอแนะนำเรื่องเหล่านี้:
- E.T. the Extra-Terrestrial (1982) อี.ที. เพื่อนรัก: ตำนานหนังมิตรภาพระหว่างเด็กกับเพื่อนจากต่างดาว
- Splash (1984): เรื่องราวความรักสุดน่ารักของชายหนุ่มกับ “นางเงือก”
- Close Encounters of the Third Kind (1977): การเดินทางเพื่อพบกับมนุษย์ต่างดาวที่ยิ่งใหญ่และน่าทึ่งของ สตีเวน สปีลเบิร์ก
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ทำไมผู้กำกับหนังสยองขวัญอย่าง จอห์น คาร์เพนเตอร์ ถึงมากำกับหนังรัก?
A: หลังจากที่ผลงานไซไฟ-สยองขวัญเรื่อง The Thing (1982) ของเขาล้มเหลวในบ็อกซ์ออฟฟิศและถูกวิจารณ์อย่างหนัก จอห์น คาร์เพนเตอร์ จึงต้องการจะพิสูจน์ตัวเองด้วยการสร้างหนังที่มีโทนที่แตกต่างออกไปและสามารถเข้าถึงผู้ชมในวงกว้างได้มากขึ้น ซึ่ง “Starman” ก็คือคำตอบนั้น และเขาก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยมจนได้รับการยอมรับจากนักวิจารณ์
Q: หนังเรื่องนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแข่งกับ “E.T.” หรือไม่?
A: มีส่วนครับ! สตูดิโอ Columbia Pictures ต้องการจะสร้างหนังไซไฟ-ดราม่าที่มีความ “เป็นผู้ใหญ่” มากกว่า E.T. ของ Universal และได้พิจารณาผู้กำกับหลายคน ก่อนที่จะมาลงตัวที่ จอห์น คาร์เพนเตอร์ ครับ
Q: หนังเหมาะกับผู้ชมกลุ่มไหน?
A: เหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบหนังรักโรแมนติก, หนังไซไฟที่เน้นเนื้อหา, และหนังที่ให้ความรู้สึกดีๆ เป็นหนังที่สามารถดูได้ทั้งครอบครัว (ที่มีเด็กโตแล้ว)