นักแสดงนำ: รวมดาวรุ่งเกาหลียุคบุกเบิก
นี่คือหนังที่รวมนักแสดงที่ต่อมาได้กลายเป็นซูเปอร์สตาร์แถวหน้าของวงการไว้มากมาย!
- จางฮยอก (Jang Hyuk) รับบทเป็น คิมคยองซู
- ชินมินอา (Shin Min-a) รับบทเป็น ยูแชอี
- ควอนซังอู (Kwon Sang-woo) รับบทเป็น ซงฮักริม
- กงฮโยจิน (Gong Hyo-jin) รับบทเป็น โซโยซอน
- คิมซูโร (Kim Soo-ro) รับบทเป็น จางรยัง
ผู้กำกับ
โปสเตอร์หนัง



รีวิวและบทวิเคราะห์
Volcano High คือชัยชนะของ “สไตล์” อย่างแท้จริง! หนังเรื่องนี้ไม่สนใจความสมจริงแม้แต่น้อย แต่มุ่งนำเสนอภาพที่หวือหวาและน่าตื่นตาตื่นใจเหมือนหลุดออกมาจากหน้ากระดาษการ์ตูนญี่ปุ่น ฉากแอ็คชั่นเต็มไปด้วยการใช้สลิง (Wire-fu), ภาพสโลว์โมชั่น, และการปล่อยพลังภายในที่ได้รับอิทธิพลจาก The Matrix และหนังกำลังภายในฮ่องกงอย่างเต็มเปี่ยม
พล็อตเรื่องอาจจะเรียบง่ายและตัวละครอาจจะดูเป็นการ์ตูน แต่ทั้งหมดนั้นคือความตั้งใจ หนังเรื่องนี้สร้างมาเพื่อมอบความสนุกและความบันเทิงแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก เป็นการปลดปล่อยจินตนาการอย่างสุดขั้วที่ดูแล้วสะใจและตื่นตาตื่นใจไปกับความคิดสร้างสรรค์ของทีมผู้สร้าง
- IMDb: ให้คะแนน 6.0/10
- Rotten Tomatoes: แม้นักวิจารณ์จะเสียงแตก (56%) แต่นี่คือหนังที่สร้างฐานแฟนคลับได้อย่างเหนียวแน่นทั่วโลก โดยเฉพาะในหมู่คนที่ชื่นชอบหนังแอ็คชั่นเอเชียและอนิเมะ
หมื่นทิพ
⭐ 7/10
หนังเกาหลีแนว Action เหนือจินตนาการที่ตีกันสุดมันส์ครับ สไตล์หนังการ์ตูนขนานแท้ กับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในโรงเรียนมหาเวทย์ที่ตอนนี้กำลังเกิดศึกภายใน มีการแบ่งฝ่ายเพื่อแย่งชิงคัมภีร์มหาเวทย์ สุดยอดแห่งเคล็ดวิชาที่จะทำให้ผู้ครอบครองมีวรยุทธเหนือใคร แต่แล้ว เพราะการมาของนักเรียนใหม่ คิมยองซู (Jang Hyuk) ก็ทำให้ศึกระอุยิ่งขึ้น เพราะเขามาพร้อมพลังอันมหาศาล นั่นทำให้เขาต้องคอยรับมือกับเหล่านักเรียนคนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ซุงฮังริม (Kwon Sang-woo) ประธานนักเรียน ฉายากระเรียนผยองแห่งป่าสน, ฉางหยาง (Kim Su-ro) นักเรียนอันธพาลจอมกวนโอ๊ย หัวหน้าแห่งพรรคโคทมิฬ และนอกจากศึกรบแล้ว เขายังต้องหาทางให้สาวสวยดาวโรงเรียนอย่างยูแชยี (Shin Min-a) มาสนใจอีกด้วย
ไม่ทราบว่าจะเชื่อมั้ยนะครับ ตอนหนังเข้าโรงนี่ผมไปดูตั้งสามรอบแน่ะ คือไม่ใช่ว่าหนังมันยอดเยี่ยมไร้ที่ติหรอกนะครับ แต่มันมันส์สะใจ ดูแล้วมันหลุดโลกไปเลย และต้องยอมรับอย่างหนึ่งครับว่าหนังสไตล์แบบนี้ไม่ค่อยมีเท่าไหร่ อาจจะเป็นแนวที่มันเฉพาะกลุ่มนะครับ ผมว่าคนที่ชอบแนวนี้มันก็ต้องต๊องพอตัวอยู่เหมือนกัน เพราะจะว่าไปสาระมันก็ไม่มีน่ะครับ เนื้อเรื่องพล็อตอะไรก็ไม่มี มีแต่ตีกันอัดกันล้วนๆ แต่พอดีหนังมันประกาศทิศทางมาแต่ต้นแล้วน่ะครับ ว่าแฟนตาซีแบบไม่คิดถึงเหตุผล ดังนั้นถ้าใครทำใจรับได้ หรือชอบแนวนี้ ก็ต้องรับหนังได้ตั้งแต่เริ่มเลย แต่ถ้าไม่ชอบก็คงบ่นหนังไปเรื่อยๆ จนจบเหมือนกัน
ส่วนผม อยู่ฝ่ายที่ชอบครับ ดูแบบเพลินๆ ไม่ต้องคิดอะไรให้หนักหัว และช่วงที่ผมไปดูในโรงตั้งสามรอบติดนั่น ก็กำลังเรียนหนักๆ พอดีครับ เลยต้องการอะไรที่มันหลุดโลกมาปลดปล่อยให้ความคิดมันได้พักผ่อนคลายซะบ้าง ก็ประจวบเหมาะดีที่เรื่องนี้โผล่เข้ามา ผมเลยชอบไงครับ เพราะมันดูเอามันส์อย่างเดียวจริงๆ แล้วตัวหนังเองจะว่าไปก็ทำในส่วนนี้ได้ถึงอยู่เหมือนกัน
หนังโม้กันบรรลัยวายป่วงเลยครับ Effect เนี้ยบสุดๆ แล้วโทนสีภาพก็เป็นสไตล์การ์ตูนเอามากๆ พวกฉากตีกันก็มันส์เหลือแสน ซึ่งผมว่าหนังมันผสมได้ลงตัวนะครับ Effect มันพอเหมาะพอเจาะกับฉากต่อสู้ ไม่มากเกินไป อย่างช่วงตีกันตอนท้าย พวก Effect พลังน้ำพิฆาตทั้งหลายก็ช่วยเสริมการต่อสู้ให้มันส์มากยิ่งขึ้น มันเหมือนเราได้ดูในอะไรที่เราอยากเห็นมานานแล้วน่ะครับ พวกฉากต่อสู้แบบการ์ตูน ยิงพลังกันโดยใช้คนจริงๆ แสดง แล้วในเรื่องนี้ก็ตอบสนองความฝันตรงนี้ได้ในระดับหนึ่ง แน่นอนครับว่ามันสู้ The Matrix Revolution ไม่ได้หรอก ที่นีโอบินโซ้ยกับเอเย่นต์สมิธน่ะ แต่เท่าที่ออกมานี่ต้องนับว่าดีครับ ดนตรีก็ช่างเร้าอารมณ์เสียนี่กระไรครับ เพลงมันส์มาก แต่ถ้าท่านไม่ชอบเพลงแนวแรงๆ ก็คงเห็นว่ามันน่ารำคาญและปวดหูแหงมๆ (เห็นผู้ใหญ่หลายท่านบ่นครับ ว่าเพลงมันแสบแก้วหูเหลือเกิน) แต่เผอิญผมชอบครับ เลยได้อารมณ์ไปกันมัน
โดยสรุปก็บอกได้เลยครับว่า ถ้าจะดูเอามันส์กรุณาคว้าไปดูเลยครับ เหตุผลอย่าไปสน เพราะหายังไงก็ไม่เจออยู่แล้ว ดาราก็เล่นกันได้ดีครับ โดยเฉพาะ Kim Su-ro ผู้รับบทฉางหยาง พี่แกช่วยเสริมความมันส์และความบ้าขึ้นเยอะครับ ชนิดที่ถ้าหนังขาดเขาไปนะ รับรอง ไม่สนุกอย่างนี้หรอกครับ อีกประการ ทีมพากย์พันธมิตรก็บ้ากันเข้าไป ยิงมุกกระจายเลยครับ ตอนดูในโรงฮาโคตรๆ หนังมี 2 แบบนะครับ แบบแรกที่ฉายในโรงที่ยาวประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งกว่าๆ แต่ถ้าอยากดูแบบครบต้องตามไปดูฉบับเต็มความยาว 2 ชั่วโมงแล้วจะเข้าใจเนื้อในมากขึ้น เพราะจะมีตัวละครบางตัวที่ไม่ได้โผล่ในโรงมาโผล่ในฉบับนี้ด้วย แต่ถ้าว่าตามจริง เรื่องการพากย์น่ะครับ ฉบับในโรงจะมันส์กว่า ลูกเล่นเยอะกว่าเสียงพากย์ในฉบับเต็ม เอามันส์ เอามันส์ และเอามันส์สถานเดียวครับ คิดซะว่าดูหนังเอามันส์แบบตัวการ์ตูนตีกันน่ะ ถ้าท่านคาดหวังอะไรแบบนี้รับรองว่าสนุกครับ
kleaner
⭐ 7/10
คอมพิวเตอร์กราฟิกในภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นหนึ่งในผลงานที่ดีที่สุดของภาพยนตร์เกาหลี แต่เนื้อเรื่องกลับแย่และไม่ค่อยสมเหตุสมผล ซองฮักลิมคือ นักสู้ที่เก่งที่สุดในโรงเรียน และทำท่าเหมือนจะทำอะไรบางอย่างกับครูผู้ชั่วร้าย แต่กลับถูกขังอยู่ในคุกตลอดทั้งเรื่อง จู่ๆ เด็กสาวเคนโดก็บินไปสู้กับครูสาว ทำไมเธอถึงเก่งศิลปะการต่อสู้ได้ขนาดนี้? ในภาคหลังๆ หนังใช้ฉากสโลว์โมชันมากเกินไปจนน่าเบื่อ ฉากแอ็คชั่นก็ไม่ค่อยมีการจัดวางท่าทางได้ดีนัก ถ้าผู้กำกับใส่ใจกับเนื้อเรื่องและรายละเอียดมากกว่านี้ เรื่องนี้ก็คงจะเป็นหนังที่ดีได้เลยทีเดียว
aghosh69
⭐ 7/10
แล้วผมก็พูดกับผู้ชายคนนั้นว่า “ไอ้เวรเอ๊ย แกหายไปไหนมาวะ” แล้วจู่ๆ ผมก็นึกขึ้นได้ว่ามีลิงบ้าๆ ไล่ตามหมาจนโลกแตก เข้าใจไหม? ประโยคนี้เหมือนกับที่ผมเข้าใจจากหนังเรื่องนี้เลย มีหนังบางเรื่องที่แย่มากๆ แม้จะรู้ว่ามันเป็นแค่หนังธรรมดาๆ แต่เราก็ยังวิเคราะห์และใจร้ายกับมันอยู่ดี น่าเศร้าที่เรื่องนี้เป็นหนึ่งในนั้น และเป็นอีกหนึ่งเรื่องในลิสต์ของผมที่ได้อันดับ 1 ที่น่าหวั่นเกรง ตัวอย่างหนังดูดี แต่หนังมันไร้สาระสิ้นดี ผมอ่านคอมเมนต์และเรื่องย่อของหนังแล้วคิดว่ามันน่าจะเป็นหนังศิลปะการต่อสู้ที่ดีอย่างน้อยก็เรื่องหนึ่ง หนังเรื่องนี้ดำเนินเรื่องโดยที่ตัวละครเอกไม่สู้
และแทบทุกคนก็อยากมีส่วนร่วมกับเขา ฉันยังคงรับมือการกระโดดลงจากกำแพงและร่อนกลางอากาศได้ แต่นี่มัน… แค่… หนังเรื่องนี้ไม่มีเนื้อเรื่องอะไรเลย นอกจากนักเรียนที่มีพรสวรรค์พิเศษคนหนึ่งได้เข้าเรียนในโรงเรียนที่โหดที่สุดและเป็นโรงเรียนสุดท้ายสำหรับนักเรียน “ที่มีความสามารถ” และมีหลายฝ่ายที่พยายามแสวงหาอำนาจ ซึ่งก็รวมถึงคณาจารย์ด้วย ความจริงที่ว่า “ผู้ถูกเลือก” กลับไม่แม้แต่จะแสดงท่าทางเหมือนนักเรียนที่ถูกสาปแช่งมาตลอดชีวิต และคู่ปรับของเขากลับกลายเป็นคนขี้ขลาดสิ้นดี ไม่มีทางอธิบายได้ว่าสถานการณ์นี้ได้รับการแก้ไขอย่างไรและเพราะอะไร และมันยังไม่ดีพอที่จะเป็นภาพสวยๆ อีกด้วย เชื่อฉันเถอะ ถ้าคุณชอบดูหนังที่สมเหตุสมผล ก็อย่าเข้ามานะ!!!
ภาพยนตร์ที่คล้ายกัน
หากคุณชอบหนังแอ็คชั่นนักเรียนสุดเดือด เราขอแนะนำ:
- Crows Zero (2007) เรียกเขาว่าอีกา: หนังนักเรียนตีกันจากญี่ปุ่นที่ดิบเถื่อนและสมจริงกว่า (ไม่มีพลังพิเศษ) แต่ความมันส์อยู่ในระดับเดียวกัน
- Kung Fu Hustle (2004) คนเล็กหมัดเทวดา: หากคุณชอบการ์ตูนที่มีชีวิตและพลังกำลังภายในที่หลุดโลก เรื่องนี้คือมาสเตอร์พีซที่คุณต้องดู
- Shaolin Soccer (2001) นักเตะเสี้ยวลิ้มยี่: อีกหนึ่งหนังที่นำกำลังภายในมาผสมกับเรื่องราวสุดเพี้ยนได้อย่างลงตัว
คำถามที่พบบ่อย (Q&A)
Q: หนังเรื่องนี้จริงจังแค่ไหน?
A: ไม่จริงจังเลยครับ! นี่คือหนังแอ็คชั่น-แฟนตาซี-คอเมดี้ ที่เน้นความสนุกและความโอเวอร์เป็นหลัก ให้คิดซะว่ากำลังดูการ์ตูนเวอร์ชั่นคนแสดงครับ
Q: ต้องเป็นแฟนการ์ตูนญี่ปุ่น (มังงะ/อนิเมะ) ถึงจะดูสนุกไหม?
A: ช่วยได้มากเลยครับ! เพราะสไตล์ของหนังทั้งเรื่อง ตั้งแต่การออกแบบตัวละครไปจนถึงฉากต่อสู้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากมังงะและอนิเมะญี่ปุ่นอย่างเต็มเปี่ยม ถ้าคุณชอบสไตล์นั้น คุณจะรักหนังเรื่องนี้
Q: ได้ยินว่ามีเวอร์ชั่นพากย์อังกฤษโดย Snoop Dogg จริงเหรอ?
A: จริงครับ! ในการฉายที่อเมริกา ช่อง MTV ได้นำหนังไปตัดต่อใหม่, เปลี่ยนเพลงประกอบเป็นฮิปฮอป, และได้แร็ปเปอร์ชื่อดังมากมายมาพากย์เสียง ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นที่แปลกและน่าสนใจไปอีกแบบ แต่เวอร์ชั่นเสียงเกาหลีต้นฉบับคือเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด