ดูหนัง The Wandering Earth (2019) ปฏิบัติการฝ่าสุริยะ
ขอพาทุกท่านทะยานไปกับภาพยนตร์ไซไฟ-หายนะฟอร์มยักษ์จากประเทศจีน ที่สร้างปรากฏการณ์ถล่มรายได้และยกระดับวงการหนังไซไฟเอเชียไปอีกขั้นกับ “The Wandering Earth” (2019) หรือในชื่อไทย “ปฏิบัติการฝ่าสุริยะ”
เรื่องย่อ
ในอนาคตอันใกล้ ดวงอาทิตย์กำลังจะขยายตัวและกลืนกินดาวเคราะห์ทุกดวงในระบบสุริยะ ทำให้โลกกำลังจะถึงกาลอวสาน เพื่อความอยู่รอดของมวลมนุษยชาติ รัฐบาลโลกจึงได้ร่วมมือกันก่อตั้งโปรเจกต์สุดทะเยอทะยานในชื่อ “Wandering Earth” (โลกพเนจร) นั่นคือการสร้างเครื่องยนต์ขับเคลื่อนดาวเคราะห์ขนาดยักษ์จำนวน 10,000 เครื่องติดตั้งทั่วโลก เพื่อ “ขับเคลื่อน” โลกทั้งใบให้ออกจากระบบสุริยะเดิม และเดินทางข้ามผ่านห้วงอวกาศอันมืดมิดเป็นเวลากว่า 2,500 ปี ไปสู่ระบบดาวดวงใหม่ที่ชื่อว่า “พร็อกซิมาคนครึ่งม้า”
แต่การเดินทางครั้งประวัติศาสตร์นี้ก็เต็มไปด้วยภยันตราย เมื่อโลกต้องเดินทางผ่านดาวพฤหัสบดี แรงดึงดูดมหาศาลของดาวเคราะห์ยักษ์ได้ทำให้เครื่องยนต์ขับเคลื่อนโลกดับลงเป็นวงกว้าง และกำลังจะดึงโลกเข้าไปปะทะจนแหลกสลาย หลิวเป่ยเฉียง (อู๋จิง) นักบินอวกาศชาวจีนบนสถานีอวกาศนานาชาติ และ หลิวฉี (ชวีฉู่เซียว) ลูกชายของเขาที่อยู่บนโลก จึงต้องร่วมมือกับทีมกู้ภัยนานาชาติเพื่อหาทางจุดเครื่องยนต์ให้ติดอีกครั้งและผลักโลกให้พ้นจากวิกฤตให้ได้ โดยมีอนาคตของมวลมนุษยชาติเป็นเดิมพัน
อ่านรีวิวก่อน ดูหนัง
นักแสดงและผู้กำกับ
นักแสดงหลัก:
อู๋จิง (Wu Jing) รับบทเป็น หลิวเป่ยเฉียง
ชวีฉู่เซียว (Qu Chuxiao) รับบทเป็น หลิวฉี
เจ้าจินม่าย (Zhao Jinmai) รับบทเป็น หานตัวตัว
อู๋ม่งต๊ะ (Ng Man-tat) รับบทเป็น หานจื่ออัง (ปรากฏตัวเป็นผลงานภาพยนตร์เรื่องสุดท้าย)
ผู้กำกับ:
โปสเตอร์หนัง
รีวิวภาพยนตร์
คือก้าวสำคัญและเป็นความภาคภูมิใจของวงการภาพยนตร์จีน เป็นการประกาศศักดาว่าพวกเขาสามารถสร้างหนังไซไฟบล็อกบัสเตอร์ระดับฮอลลีวูดได้แล้ว
พล็อตเรื่องสุดทะเยอทะยาน: ไอเดียการ “ขับเคลื่อนโลกทั้งใบ” ถือเป็นคอนเซ็ปต์ที่ยิ่งใหญ่และน่าตื่นตาตื่นใจอย่างมาก ซึ่งแตกต่างจากหนังฮอลลีวูดที่มักจะให้มนุษย์ทิ้งโลกไปหาดาวดวงใหม่ แต่เรื่องนี้คือการ “เอาโลกไปด้วย” ซึ่งสะท้อนแนวคิดทางวัฒนธรรมที่ผูกพันกับผืนแผ่นดินเกิด
งานสร้างและวิชวลเอฟเฟกต์สุดอลังการ: หนังเต็มไปด้วยฉากหายนะและภาพของอวกาศที่ทำออกมาได้อย่างยิ่งใหญ่ตระการตา ไม่ว่าจะเป็นภาพของเครื่องยนต์ขับเคลื่อนโลก, พื้นผิวโลกที่กลายเป็นน้ำแข็ง หรือภาพของดาวพฤหัสบดีขนาดยักษ์บนท้องฟ้า ล้วนทำออกมาได้น่าทึ่ง
ความเป็นฮีโร่ในแบบตะวันออก: หนังไม่ได้เน้นฮีโร่คนเดียวที่เก่งกาจ แต่เน้นการ “ร่วมมือร่วมใจ” ของคนทั้งโลก (แม้จะเน้นตัวละครจีนเป็นหลัก) ในการฝ่าฟันวิกฤต ซึ่งเป็นเสน่ห์ของหนังที่แตกต่างออกไป
คะแนนจากนักวิจารณ์: ได้รับคำชมในฐานะหนังไซไฟที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง ได้รับคะแนน มะเขือเทศสด 70% จาก Rotten Tomatoes และ 6.0/10 จาก IMDb และที่สำคัญคือการถล่มรายได้ในประเทศจีนจนกลายเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาลของที่นั่น
Smittyray
⭐ 6/10
เข้ามาด้วยความคาดหวังสูงในฐานะแฟนพันธุ์แท้ของนิยายเรื่อง Three Body Problem ของหลิวฉีซิน ยังไม่ได้อ่าน Wandering Earth เลยเปรียบเทียบไม่ได้ แต่การอ่านหนังสือเล่มนี้อาจทำให้หนังเข้าใจง่ายขึ้น นอกจากอู๋จิงแล้ว ตัวละครหลักโดยรวมก็ไม่ค่อยน่าชอบ โดยเฉพาะหลิวฉี ลูกชายของเขา และตัวต้วน ลูกสาวบุญธรรม ทั้งคู่ทำตัวเหมือนเด็กเอาแต่ใจ คาดหวังว่าจะมีมุกตลกโปกฮาบ้าง แต่มุกตลกกลับไม่เข้าเรื่อง ฉากบีบน้ำตาก็ดูจืดชืด ถึงแม้ว่าคุณควรจะอินกับนิยายวิทยาศาสตร์แบบเปิดใจ พักเรื่องความเป็นจริงไว้ชั่วคราว แต่เรื่องนี้กลับมีช่องโหว่และกระโดดไปมา มีอยู่ช่วงหนึ่ง สมาชิกหน่วยรบพิเศษคนหนึ่งล้มลงอย่างกะทันหัน เขาแข็งตายไปโดยไม่ทราบสาเหตุ สรุปหนังเรื่องนี้ได้ค่อนข้างดี ถึงแม้จะมั่นใจว่านิยายเรื่องนี้จะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่แพ้ผลงานของหลิวฉีซินทุกเรื่อง แต่หนังเรื่องนี้ก็เหมือน Armegeddon เวอร์ชันรอง ขาดความสนุก การสร้างตัวละคร (ผมหมายถึงหนังของไมเคิล เบย์) และขาดพลังนักแสดง สนุกกับการได้เห็นมุมมองของชาวจีน และไม่ได้ชาตินิยมมากเกินไปเหมือนอดีตนักเขียนบทวูล์ฟวอร์ริเออร์ของอู๋จิง การได้อยู่ในเซี่ยงไฮ้ก็สนุกดีที่ได้เห็นเมืองนี้และส่วนอื่นๆ ของประเทศถูกเน้นย้ำถึงภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่นเดียวกับนิวยอร์ก ปารีส ลอนดอน และเมืองใหญ่อื่นๆ ที่มักจะถูกทำลายเพื่อกินป๊อปคอร์น จีนยังคงเดินหน้าไปในทิศทางที่ถูกต้องสำหรับการสร้างภาพยนตร์ที่ยอดเยี่ยม และหวังว่ามันจะเป็นเช่นนั้นต่อไป ถ้าจะให้พูดถึงอะไรก็ตาม เรื่องนี้ทำให้ผมต้องออกไปซื้อนิยายเรื่อง Wandering Earth พรุ่งนี้เลย
paul_m_haakonsen
⭐ 5/10
ในที่สุดฉันก็มีโอกาสได้นั่งดูหนังจีนปี 2019 เรื่อง (หรือที่รู้จักกันในชื่อ “Liu lang di qui”) ที่นี่ในปี 2020 แน่นอนว่าฉันเคยได้ยินเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้มาบ้าง แต่ก็ไม่เคยได้นั่งดูสักที แล้วการรอคอยมันคุ้มค่าไหม? อ้อ ใช่เลย หนังเรื่องนี้เป็นหนังจีนที่อลังการมาก และก็สนุกมากด้วย แน่นอนว่าคุณต้องลืมเรื่องความสมจริง วิทยาศาสตร์ และความน่าจะเป็นไปเสียให้หมด นี่เป็นหนังไซไฟผจญภัยที่ทั้งสนุกและน่าติดตามอย่างไม่ต้องสงสัย แต่หนังเรื่องนี้กลับไม่มีความสมจริงแม้แต่น้อย แต่เอาเถอะ จุดประสงค์ของหนังเรื่องนี้คือเพื่อความบันเทิง ไม่ใช่การไขความจริง ฉันประหลาดใจมากกับความรู้สึกอลังการของหนังเรื่องนี้ มันเหนือกว่าหนังฮอลลีวูดหลายๆ เรื่องอย่างเห็นๆ และผมสนุกกับ CGI, อุปกรณ์ประกอบฉาก, ฉาก, เครื่องแต่งกาย ฯลฯ มาก ๆ เลยครับ ถึงแม้หนังจะไม่ได้มีความสมจริงเลยแม้แต่น้อย แต่มันก็ชดเชยความสมจริงนั้นได้ในแง่ของภาพและความสวยงามที่ลงตัว เนื้อเรื่องนั้นไม่สมจริงเอาเสียเลย แต่ก็สนุกดี เป็นหนังที่คาดเดาได้ง่ายมาก ๆ และคุณรู้ดีว่าอะไรจะเกิดขึ้นก่อนที่มันจะปรากฏบนหน้าจอเป็นเวลานาน แต่สูตรสำเร็จที่คาดเดาได้ง่ายเกินไปนี้ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อหนังเลย The Wandering Earth ยังมีนักแสดงที่คัดสรรมาอย่างดี ซึ่งแสดงบทบาทของตัวเองออกมาได้ค่อนข้างดี ซึ่งนั่นก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้หนังเรื่องนี้สนุกขึ้นมาก โดยรวมแล้ว เป็นหนังที่สนุกครบทุกด้าน และผมประทับใจมาก ผมให้คะแนน 7 จาก 10 ดาว
ภาพยนตร์ที่คล้ายกัน
หากคุณชื่นชอบหนังไซไฟ-หายนะสเกลใหญ่ยักษ์ของคุณอาจจะชอบเรื่องเหล่านี้:
The Wandering Earth II (2023) : ภาคต่อ (ที่เป็นเรื่องราวก่อนหน้า) ที่เล่าเรื่องจุดกำเนิดของโปรเจกต์โลกพเนจร และวิกฤตการณ์ดวงจันทร์ ซึ่งยิ่งใหญ่และได้รับการชื่นชมมากกว่าภาคแรกเสียอีก
2012 (2009) – วันสิ้นโลก : หนังหายนะโลกแตกสุดอลังการของโรแลนด์ เอมเมอริช ที่ว่าด้วยการเอาชีวิตรอดจากภัยพิบัติทางธรรมชาติทั่วโลก
Interstellar (2014) – ทะยานดาวกู้โลก : ภาพยนตร์ไซไฟ-อวกาศสุดล้ำลึกของคริสโตเฟอร์ โนแลน ที่เล่าเรื่องการเดินทางข้ามอวกาศเพื่อหาบ้านหลังใหม่ให้มวลมนุษยชาติ
Q&A คำถามน่ารู้เกี่ยวกับหนัง
Q: หนังเรื่องนี้สร้างมาจากอะไร?
A: สร้างมาจากนิยายขนาดสั้น (Novella) ในชื่อเดียวกันของ หลิว ฉือซิน (Liu Cixin) สุดยอดนักเขียนนิยายไซไฟอันดับหนึ่งของจีน ซึ่งเป็นเจ้าของผลงานระดับโลกอย่าง “The Three-Body Problem” (ดาวซานถี่ อุบัติการณ์สงครามล้างโลก)
Q: แนวคิดการ “ย้ายโลกทั้งใบ” ในทางวิทยาศาสตร์มีความเป็นไปได้หรือไม่?
A: ในทางทฤษฎีตามหลักฟิสิกส์ปัจจุบัน ถือว่า “แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย” ครับ พลังงานที่ต้องใช้ในการขับเคลื่อนดาวเคราะห์ทั้งใบนั้นมหาศาลเกินกว่าที่มนุษย์จะสร้างขึ้นได้ และผลกระทบข้างเคียงต่างๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงของชั้นบรรยากาศและแกนโลก ก็จะทำให้สิ่งมีชีวิตไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ แต่ในโลกของภาพยนตร์ไซไฟแล้ว ถือเป็นคอนเซ็ปต์ที่สร้างสรรค์และน่าตื่นเต้นอย่างมาก
Q: ต้องดูภาค 2 ก่อนหรือไม่?
A: ไม่จำเป็นครับ แม้ว่า The Wandering Earth II จะเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนภาคแรก (Prequel) แต่คุณสามารถดูภาคแรก (ปี 2019) ก่อนได้เลยเพื่อให้เข้าใจถึงวิกฤตการณ์หลัก แล้วค่อยไปดูภาคสองเพื่อเติมเต็มเรื่องราวในส่วนของที่มาที่ไปและตัวละคร ซึ่งจะทำให้ประสบการณ์การรับชมสมบูรณ์ยิ่งขึ้น