นักแสดงนำและผู้กำกับ
- ทอรี่ คิตเทิลส์ (Tory Kittles) รับบทเป็น แซม ริเวอร์ส
- ไชน่า โชว์ (China Chow) รับบทเป็น แมรี่ คอลลาแฮน
- เค.ดี. ออเบิร์ต (K. D. Aubert) รับบทเป็น เอไลซา
- ผู้กำกับ: มาร์ค เอ.ซี. ดิปเป้ (Mark A.Z. Dippé) เกร็ดน่ารู้: ผู้กำกับคนนี้เคยเป็นหนึ่งในทีมวิชวลเอฟเฟกต์ของหนังระดับตำนานอย่าง Jurassic Park และ Terminator 2 มาก่อน! ซึ่งอธิบายได้ว่าทำไมสัตว์ประหลาดในหนังเกรดบีเรื่องนี้ถึงทำออกมาได้ดีเกินคาด
โปสเตอร์หนัง



รีวิวและบทวิเคราะห์
Frankenfish คือตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบของ “หนังเกรดบีที่ทำอย่างตั้งใจ”
- สนุกและเดินเรื่องเร็ว: หนังไม่เสียเวลาปูเรื่องนาน แต่เข้าสู่ความระทึกขวัญอย่างรวดเร็วและคงความตื่นเต้นไว้ได้จนจบเรื่อง
- เลือดสาดและสร้างสรรค์: สมใจคอหนังโหด! ฉากการตายในเรื่องนี้ทั้งโหด, เลือดสาด, และมีลูกเล่นที่สร้างสรรค์ ทำให้การไล่ล่าของเจ้าปลามรณะน่ากลัวและน่าติดตาม
- อสูรกายที่ยอดเยี่ยม: “ปลาช่อนหัวงู” คือตัวเลือกอสูรกายที่ชาญฉลาด เพราะมันอิงมาจากปลาที่มีอยู่จริงและขึ้นชื่อเรื่องความดุร้าย การเพิ่มความสามารถให้มันขึ้นบกได้ ยิ่งทำให้มันกลายเป็นนักล่าที่ไร้เทียมทานและไม่มีที่ให้หลบซ่อน
แม้จะเป็นหนังทีวี แต่ด้วยโปรดักชั่นที่ดูดีเกินคาด, บทสนทนาที่คมคาย, และความบันเทิงแบบถึงลูกถึงคน ทำให้หนังเรื่องนี้สนุกกว่าหนังสัตว์ประหลาดฟอร์มยักษ์ในโรงหลายๆ เรื่องเสียอีก
- IMDb: ให้คะแนน 5.8/10
- Rotten Tomatoes: แม้จะไม่มีคะแนนจากนักวิจารณ์ แต่กลับได้คะแนนจากฝั่งผู้ชม (Audience Score) สูงถึง 70% ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่านี่คือหนังขวัญใจมหาชนในแนวของตัวเองอย่างแท้จริง
หมื่นทิพ
⭐ 6/10
หนังแนวสัตว์โลกน่ารักที่คุ้นเคย งานนี้เป็นเรื่องของปลากลายพันธุ์ครับ ไล่งับคน พวกพระเอกก็ต้องมาช่วย ประมาณนี้แหละครับการจะพูดถึงหนังพวกนี้นั้น ผมว่ายากครับ เพราะไม่รู้จะพูดอะไรดี มันก็ครือๆ กันน่ะ มีตัวประหลาดออกมา ไล่ฆ่าคน แล้วคนก็ทยอยโดนเขมือบไป จนในที่สุดพระเอก – นางเอกเท่านั้นที่จะรอดไปได้ ตามธรรมเนียมเป๊ะ และเรื่องนี้ก็ตามนั้นครับ ขนาดตอนจบยังลงสเป๊กเลยอ้ะ (คือจบแบบเผื่อมีภาคต่อ) ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า Mark A.Z. Dippé นึกไงถึงมากำกับเรื่องนี้ เพราะเขาเคยทำ Spawn มาก่อนครับ แต่กับเรื่องนี้มันเป็นหนังลง VDO ก็คงเพราะ Spawn ไม่ดังเท่าที่ควรน่ะแหละ พี่แกเลยต้องมาจับงานเล็กๆ บ้าง ตัวหนังนั้นออกจะคล้าย Anaconda ภาคแรกอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะการที่ต้องมาตีกับตัวประหลาดบนเรือกลางแม่น้ำ จะหนีก็ไม่ได้ ต้องรอมันมาแล้วก็ฆ่ามันอย่างเดียวเลย
ถ้าถามว่าดีมั้ย มันก็ตอบยากล่ะคับ เพราะหนังมันมีครบตามมาตรฐานหนังสัตว์โลกน่ารัก (ขาดแต่ไม่มีฉากวับแวมที่เรื่องนี้ไม่มี) ซึ่งคนที่ชอบแนวนี้ก็คงจะลองดูอยู่แล้ว ส่วนใครที่ไม่ชอบก็คงเฉยๆ อันนี้แล้วแต่รสนิยมครับ แต่ขนาดผมซึ่งมีรสนิยมสนุกกับการดูหนังแนวนี้ ผมยังเฉยๆ น่ะ ตกลงว่าไม่ดูก็ไม่เสียดายครับ ผมว่าไปเอา Anaconda ภาคแรกมาดูอีกรอบดีกว่านะ คุ้มกว่ากันมากมายนักเชียว อีกอย่าง เรื่องนี้ China Chow จาก The Big Hit แสดงด้วยครับ คนนี้น่ารักแบบหมวยๆ ดี แต่ผู้กำกับใช้งานเธอไม่คุ้มเลยอ้า (เคืองเล็กน้อยถึงปานกลาง 5555)
เกร็ดอย่างหนึ่งของหนังเรื่องนี้ก็คือ หนังได้แรงบันดาลใจมากจากเหตุการณ์ที่ชื่อว่า “The Snakehead Fish Incident in Crofton, Maryland” ครับ โดยก่อนจะเล่าเหตุการณ์ก็ต้องเกริ่นก่อนว่า Northern Snakehead นั้นคือ “ปลาช่อนเหนือ” (หรือ ปลาช่อนอากัส, ปลาช่อนจีนลายจุด) อันเป็นปลาที่มีถิ่นกำเนิดอยู่แถบรัสเซีย, เกาหลี และจีนครับ โดยปลาชนิดนี้ดุร้าย และมีความทรหดอดทน สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งสามารถวางไข่ได้ทีละเป็นหมื่นฟองเลยทีเดียว
ยิ่งไปกว่านั้นปกติแล้วปลาต้องอยู่ในน้ำใช่ไหมครับ แต่ปลาชนิดนี้สามารถ “ไม่อยู่ในน้ำ” ได้นานเป็นวันโดยไม่ตาย เพราะมันจะมีถุงขนาดเล็กที่เหงือที่สามารถดักจับเอาออกซิเจนจากอากาศไปใช้ได้ และปลาชนิดนี้ก็มีคนนิยมนำมาทำเป็นอาหารครับ (อย่างที่เกาหลีนี่ถือว่าปลาชนิดนี้เป็นอาหารสุขภาพ เป็นสัญลักษณ์ของความอายุยืนด้วย) ทีนี้เกิดมีชายชาวเมืองครอฟตัน รัฐแมรี่แลนด์ อยากได้ปลาชนิดนี้มาปรุงเป็นอาหารเพื่อให้น้องสาวที่กำลังป่วยของเขาได้กินเพื่อบำรุงครับ เขาเลยสั่งจากตลาดปลาในนิวยอร์ก ครั้นพอปลามาถึงมือ น้องสาวเขาก็หายป่วยพอดี เขาก็เลยเลี้ยงปลาไว้ดูเล่นในตู้ซะเลย
แต่พอมันตัวโตขึ้นเรื่อยๆ (ยามมันโตเต็มวัย สามารถยาวได้เกือบเมตรน่ะครับ) เขาก็ไม่อยากเลี้ยงแล้ว เลยปล่อยมันลงน้ำไป โดยหารู้ไม่ครับว่านั่นคือจุดเริ่มต้นของการทำลายระบบนิเวศครั้งยิ่งใหญ่ของแม่น้ำแถบนั้นทีเดียว เพราะมันไล่กินปลาท้องถิ่นและขยายพันธุ์ แต่ไม่มีใครรู้เลยจนกระทั่ง 2 ปีผ่านไป ถึงมีคนตระหนักว่าระบบนิเวศของแม่น้ำที่นั่นกำลังมีปัญหา จำนวนประชากรปลาท้องถิ่นลดจำนวนลง เลยทำให้เกิดปฏิบัติการล่าปลาช่อนเหนือนี้ขึ้น ซึ่งในที่สุดพวกเขาก็จับมันได้ เป็นตัวเต็มวัย 6 ตัว และตัวที่ยังไม่โตเต็มวัยอีกนับพัน! (ซึ่งก็ไม่มีทางรู้เลยครับว่าตอนนี้พวกมันยังเหลือในแม่น้ำอีกกี่ตัว) นี่แหละครับ ต้นเรื่องที่ทีมงานนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ ซึ่งแน่นอนว่ามีการใส่สีปรุงแต่งจนไกลจากเหตุการณ์จริงเยอะมากๆ แต่ผมก็นำมาบอกกล่าวไว้ครับ เผื่อใครไปอ่านเจอว่ามันสร้างจากเหตุการณ์จริง จะได้เข้าใจว่าเหตุการณ์จริงที่ว่านั้น มันเป็นแบบนี้ครับ ไม่ได้มีปลากลายพันธุ์อาละวาดแบบในหนังแต่อย่างใด
ภาพยนตร์ที่คล้ายกัน
หากคุณชื่นชอบหนังแนวสัตว์ประหลาดไล่ฆ่าคนที่ทั้งโหดและฮา เราขอแนะนำ:
- Piranha 3D (2010) ปิรันย่า กัดแหลกแหวกทะลุ: อีกหนึ่งหนังปลาโหดเกรดบีที่ทั้งเลือดสาด, ตลกร้าย, และสนุกอย่างไม่น่าเชื่อ
- Lake Placid (1999) โคตรเคี่ยม บึงนรก: หนังจระเข้ยักษ์ที่มีโทนเรื่องตลก-สยองขวัญคล้ายกันมาก
- Deep Blue Sea (1999): หนังฉลามดัดแปลงพันธุกรรมสุดคลาสสิก ที่เป็นที่รักของคอหนังเกรดบี
คำถามที่พบบ่อย (Q&A)
Q: หนังเรื่องนี้เป็นหนังเกรดบีเหรอ? CG จะแย่ไหม?
A: ใช่ครับ เป็นหนังทีวีเกรดบี แต่เป็นเกรดบีที่ “คุณภาพดี” มาก! ด้วยความที่ผู้กำกับมีพื้นฐานมาจากงานสเปเชียลเอฟเฟกต์ ทำให้ตัวสัตว์ประหลาดและฉากโหดๆ ในเรื่องทำออกมาได้ดีและน่าเชื่อถือเกินคาดสำหรับหนังทุนต่ำครับ
Q: “ปลาช่อนแฟรงเกนสไตน์” มีจริงเหรอ?
A: ตัวอสูรกายในเรื่องอิงมาจาก “ปลาช่อนหัวงู” (Snakehead fish) ที่มีอยู่จริงครับ ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นปลาเอเลี่ยนสปีชีส์ที่ดุร้าย, รุกราน, และสามารถหายใจบนบกและเคลื่อนที่บนพื้นดินได้เป็นระยะทางสั้นๆ! หนังเพียงแค่ขยายขนาด, ความฉลาด, และความดุร้ายของมันให้กลายเป็นอสูรกายเท่านั้นเอง
Q: หนังเรื่องนี้ตลกหรือน่ากลัว?
A: เป็น “สยองขวัญ-คอเมดี้” ครับ มีฉากที่ตึงเครียดและน่ากลัวจริงๆ แต่ก็เต็มไปด้วยตัวละครสุดเพี้ยนและบทสนทนาที่ตลกร้าย หนังไม่ได้จริงจังกับตัวเองมากนัก ซึ่งทำให้มันดูสนุก
บทสรุป: Frankenfish คือเพชรเม็ดงามที่ซ่อนอยู่ในกองหนังเกรดบี เป็นหนึ่งในหนังสัตว์ประหลาดที่สนุกที่สุดในยุค 2000 อย่างไม่ต้องสงสัย หากคุณกำลังมองหาหนังโหดๆ ฮาๆ ที่เดินเรื่องเร็วและดูสนุกแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก… บึงนรกแห่งนี้พร้อมต้อนรับคุณเสมอ