นักแสดงนำ
จุดเด่นที่สุดของหนังคือการปะทะกันของสองนักแสดงนำ
- ฌอง เรโน (Jean Reno) ในบทนีมองส์ ถ่ายทอดความเป็นตำรวจใหญ่ที่สุขุม, เฉียบคม และเต็มไปด้วยบาดแผลในใจได้อย่างสมบูรณ์แบบ
- แวงซองต์ กัสเซล (Vincent Cassel) ในบทแม็กซ์ คือขั้วตรงข้ามที่เต็มไปด้วยพลัง, บ้าบิ่น และใช้วิธีการสืบสวนแบบถึงลูกถึงคน
เคมีของทั้งสองคือส่วนผสมที่ลงตัวระหว่าง “มันสมอง” และ “กำลัง” ที่ทำให้การสืบสวนน่าติดตามยิ่งขึ้น
ผู้กำกับ:
- มาติเยอ คาสโซวิตซ์ (Mathieu Kassovitz) ผู้กำกับและนักแสดงมากฝีมือที่เคยสร้างชื่อกระฉ่อนโลกจากหนังดราม่าสุดดิบอย่าง La Haine (1995)
โปสเตอร์หนัง



รีวิวและบทวิเคราะห์
The Crimson Rivers คือผลงานที่ได้รับอิทธิพลจากหนังฮอลลีวูดอย่าง Se7en มาอย่างชัดเจน ทั้งในแง่ของบรรยากาศที่มืดหม่น, คดีฆาตกรรมที่น่าสยดสยอง และการจับคู่ตำรวจต่างวัย แต่หนังก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่น นั่นคือการใช้ “ทัศนียภาพ” ของเทือกเขาแอลป์ที่ทั้งสวยงามและน่าเกรงขาม มาสร้างบรรยากาศที่ทั้งโดดเดี่ยวและอันตรายไปพร้อมๆ กัน
หนังยอดเยี่ยมในการสร้างความสงสัยและความไม่น่าไว้วางใจของตัวละครทุกตัว ทำให้ผู้ชมต้องคอยคาดเดาและปะติดปะต่อเรื่องราวไปพร้อมกับนักสืบทั้งสอง แม้ว่าบทสรุปของคดีอาจจะดูซับซ้อนไปบ้าง แต่มันก็เป็นปลายทางที่สมเหตุสมผลกับความลึกลับที่ปูมาทั้งเรื่อง
- IMDb: ให้คะแนนสูงถึง 6.9/10
- Rotten Tomatoes: ได้รับคะแนนจากฝั่งนักวิจารณ์ที่ 68% ซึ่งถือว่าสูงสำหรับหนังระทึกขวัญที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ
หมื่นทิพ
⭐ 8/10
นี่เป็นหนังฝรั่งเศสนะครับ ชื่อฝรั่งเศสก็ Les Rivières pourpres ได้เข้าฉายบ้านเราด้วย ภาคสองก็เข้าไปแล้วเหมือนกัน ผมยังไม่ได้ดูน่ะนะครับ แต่อยากเอาตอนแรกมาย้อนรอยเล่าตามประสาคนขุดหนังเก่ามาบ่นๆ
ส่วนหนังเรื่องนี้ก็เข้าข่ายอร่อยไม่เลวสำหรับคอหนังสืบสวน ตัวเอกคือสารวัตรปิแอร์ นิมองส์ (Jean Reno) ยอดมือปราบที่เข้ามารับคดีฆาตกรรมต่อเนื่องสุดโหด สภาพศพแต่ละรายก็น่าสะพรึงเหลือทน อีกด้านหนึ่งก็มีผู้กองแม็กซ์ (Vincent Cassel) ที่กำลังตามคดีพวกโรคจิตชอบงัดแงะสุสาน รวมถึงโรงเรียนอีกหลายแห่ง ไปๆ มาๆ สองคดีที่ไม่น่าจะมีความเกี่ยวโยงกันกลับมีเงื่อนงำสาวถึงกันได้ และเป็นไปได้ว่าสองคดีมีฆาตกรรายเดียวกัน ทำให้สองยอดนักสืบต้องร่วมมือกันเพื่อลากคอมันมาลงโทษ สูตรสำเร็จของหนังแนวนี้จำได้ใช่ไหมครับ เปิดคดีมาต้องมีศพ แล้วก็ต้องมีการจับเอาสองตำรวจที่มีความต่างกัน ไม่ใคร่จะลงรอยกันมาร่วมทีมเพื่อหาคำตอบ ก่อนจะลงท้ายด้วยการกระชากหน้ากากฆาตกร
แต่เรื่องนี้ก็ใช่ว่าจะธรรมดานะครับ ไม่เลวเหมือนกัน สไตล์ก็เหมือนพวก The Silence of The Lambs, Seven และ Resurrection น่ะแหละ มีความน่าสะพรึงในตัวเองกำลังดี ดนตรีประกอบของ Bruno Coulais ก็ให้อารมณ์ลึกลับกับหนังได้ตามสมควร และอีกหนึ่งรายที่ต้องขอยกนิ้วคือ Thierry Arbogast ผู้กำกับภาพที่ที่เล่นมุมกล้องได้น่าสนใจดี ช่วงที่คับแคบกดดันก็เล่นเอาเกร็งไปเหมือนกัน ยิ่งภาพมุมกว้างเกี่ยวกับวิวทิวทัศน์ก็สวยเข้าตาดีทีเดียวล่ะครับ นับเป็นการตัดกันทางความรู้สึกที่ดีเลยล่ะ ฉากหลังเป็นฆาตกรรม แต่มีภาพป่าไม้ร่มรื่นสวยงามตัดเข้ามาเป็นพักๆ
ถ้าถามว่าดีไหม ก็ตอบได้เลยครับว่าคอหนังแนวนี้น่าจะพอใจ เอาแค่การแสดงของสองดารานำโดยเฉพาะ Reno ก็หายห่วงแล้วล่ะ การตามปมสืบสวนก็ทำได้ดีมากในช่วงแรก ปมแต่ละอันเร้าความสงสัยได้ทั้งนั้น แต่พอครึ่งเรื่องกว่าๆ ผ่านไป ปมที่ว่าเริ่มโดนเฉลยมากขึ้น ถ้าท่านดูหนังแนวนี้มาเยอะคงเดาได้แน่ๆ ล่ะครับว่าใครคือฆาตกร ผมยังเดาได้เลย จะว่าไปหนังก็เฉลยปมเร็วไปหน่อยแหละครับ ความตื่นเต้นเลยลดลงเยอะมาก แต่ก็ไม่ได้น่าผิดหวังอะไร แค่ถ้ามันเก็บงำอะไรไว้ หรือไม่ก็เฉลยปมช้ากว่านี้หน่อยคงโอเคขึ้น แต่ยังไงผู้กำกับ Mathieu Kassovitz ก็คุมหนังได้ดีครับ อารมณ์น่ากลัวอย่างน้อยก็พอให้หายใจไม่ทั่วท้องล่ะน่า
เท่าที่ดูมางานของ Kassovitz ถ้าเป็นแนวระทึกดูเหมือนจะออกโทนนี้ประจำครับ คือขึ้นมาดี แต่หลังๆ หนังเริ่มเฉคุมไม่อยู่ หรือไม่ก็เฉลยอะไรเร็วไปหน่อย อย่าง Gothika งานกำกับชิ้นต่อมาก็เช่นกันครับ ซึ่งเรื่องนี้ดีกว่าเรื่องนั้นมากทีเดียว (สงสัยอาถรรพ์ฮอลลีวู้ดแฮะ ผู้กำกับนอกมะกันมาทำงานในมะกันทีไร ฝีมือจะเป็นอีกเรื่องทุกที ก็ไม่รู้โดนสตูดิโอควบคุมหรือเปล่า) หนังก็เก่าพอประมาณแล้วล่ะครับ ที่แวะมาพูดถึงก็เพื่อแนะนำด้วยส่วนหนึ่ง แล้วเผอิญดูหนังแนวฆาตกรรมเก่าๆ แล้วมันนึกได้อย่างหนึ่งว่า ส่วนใหญ่หนังฆาตกรรมยุคใหม่มักเน้นบรรยากาศเข้าว่า เพื่อกลบบทที่หลวมๆ แต่เท่าที่ดูมาไม่ค่อยมีเรื่องไหนทำได้สำเร็จเลยครับ เพราะว่าตามจริงหนังสืบสวนนี่ ถ้าจะเน้นจริงๆ มันต้องจับให้มั่นกับเรื่องบท ความสมจริง การเดินเรื่องคลายปม ส่วนบรรยากาศนั้นเป็นเรื่องรอง ดีไม่ดีลองว่าบทดีอยู่แล้ว ก็แทบไม่ต้องทำอะไรเลยครับ ความมาคุในเรื่องจะแผ่ซ่านโดยอัตโนมัติส่วน The Crimson Rivers ก็ถือว่ากลางๆ ครับ บรรยากาศดี บทก็ไม่เลว เสียอย่างเดียวตอนท้ายอ่อนพลังไวไปนิด แต่หนังก็ไม่ธรรมดานะครับ ได้เข้าชิงรางวัลซีซาร์ของฝรั่งเศสตั้ง 5 สาขารวมถึงผู้กำกับยอดเยี่ยมด้วย ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะ Kassovitz คุมหนังได้ดีครับ นอกจากช่วงท้ายอย่างที่บอกไปแล้ว คอหนังสืบสวน อยากลองก็ตามสบายเลยนะครับ ผมว่าไม่ผิดหวังหรอก
filipemanuelneto
⭐ 7/10
ภาพยนตร์ฝรั่งเศสมักจะมอบมุกเด็ดให้เราอยู่เสมอ เรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งเรื่อง หนังระทึกขวัญที่ทั้งหนักแน่นและสร้างสรรค์มาอย่างดี มีทั้งแอ็คชั่นและความระทึกขวัญ นำแสดงโดยนักแสดงนำฝีมือเยี่ยมถึงสองคน สิ่งที่ทำให้ผมผิดหวังเล็กน้อยคือตอนจบที่ดูเชยและไร้สาระ บทภาพยนตร์อิงจากความบังเอิญที่ดูเหมือนจะเกิดขึ้นพร้อมกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจสองนายที่กำลังสืบสวนคดีเดี่ยวๆ ต่างตระหนักได้ว่าต้องร่วมมือกันไขคดีที่ท้ายที่สุดแล้วจะนำพาพวกเขามารวมกัน นั่นคือคดีฆาตกรรมอันน่าสะพรึงกลัวและลึกลับ ที่เกิดขึ้นรอบมหาวิทยาลัยเก่าแก่อันทรงเกียรติ ใจกลางเทือกเขาแอลป์ของฝรั่งเศส คุณภาพของภาพยนตร์เรื่องนี้ส่วนใหญ่มาจากการแสดงอันยอดเยี่ยมของฌอง เรโน และแวงซองต์ แคสเซิล สองนักแสดงชาวฝรั่งเศสระดับนานาชาติและมีชื่อเสียงมากที่สุดในปัจจุบัน คนแรกคือนักสืบมืออาชีพผู้ทำงานหนักและมุ่งมั่น ในขณะที่อีกคนสามารถถ่ายทอดบทบาทตำรวจหนุ่มผู้ไม่ธรรมดาและไม่ทันกาลได้อย่างยอดเยี่ยม สำหรับผม นักแสดงคนอื่นๆ เป็นกลุ่มคนแปลกหน้าผู้มีชื่อเสียงที่คอยสนับสนุนนักแสดงมืออาชีพสองคนนี้เท่านั้น แต่ต้องยอมรับว่าทุกคนทำในสิ่งที่พวกเขาต้องทำออกมาได้ดี
หนังเรื่องนี้ใช้ประโยชน์จากภูมิประเทศน้ำแข็งของเทือกเขาแอลป์ได้อย่างดี รวมถึงสภาพแวดล้อมในฤดูหนาวทั้งหมด เพลงประกอบก็ดีมาก เพิ่มความระทึกขวัญในเวลาที่เหมาะสม ทั้งเสียง ภาพ และเอฟเฟกต์พิเศษ มันไม่ใช่หนัง CGI เลย มันขึ้นอยู่กับน้ำหนักของนักแสดงหลักสองคน ความสามารถในการตีความที่ดีของทั้งคู่ และการเล่าเรื่อง อย่างที่ผมได้กล่าวไปตอนแรก หนังเรื่องนี้สมบูรณ์แบบจนกระทั่งใกล้จบเรื่อง เมื่อมันพยายามสร้างความประหลาดใจให้เราด้วยจุดพลิกผันที่สำหรับผมแล้วมันไม่สมเหตุสมผลและทำให้เนื้อเรื่องลำเอียง จุดไคลแม็กซ์กลางธารน้ำแข็งนั้นซ้ำซากจำเจและน่าเบื่อมาก สุดท้ายก็หันไปหาทางออกที่ขาดความสมบูรณ์แบบระหว่างฝาแฝดที่แย่กับฝาแฝดที่แสนดี ไร้สาระสิ้นดี ไม่งั้นหนังเรื่องนี้ก็คงจะดีกว่านี้ เพราะเขาก็สมควรได้รับมันจริงๆ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นในตอนจบแล้ว แต่หนังเรื่องนี้ก็ยังเป็นหนึ่งในสิ่งที่ฉันชอบดู
ภาพยนตร์ที่คล้ายกัน
หากคุณชื่นชอบหนังสืบสวนที่มืดมนและเข้มข้นแบบนี้ เราขอแนะนำ:
- Se7en (1995) เจ็ดข้อต้องฆ่า: หนังระดับตำนานที่เป็นต้นแบบของหนังแนวนี้ ว่าด้วยการตามล่าฆาตกรต่อเนื่องที่ฆ่าคนตามบาป 7 ประการ
- The Girl with the Dragon Tattoo (2011/2009): หนังสืบสวนจากสแกนดิเนเวียที่บรรยากาศหนาวเหน็บและเต็มไปด้วยความลับดำมืดของตระกูลใหญ่
- The Silence of the Lambs (1991) อำมหิตไม่เงียบ: หนังคลาสสิกที่การสืบสวนคดีฆาตกรรมต้องอาศัยความช่วยเหลือจากฆาตกรอัจฉริยะ
คำถามที่พบบ่อย (Q&A)
Q: หนังเรื่องนี้โหดหรือน่ากลัวมากไหม?
A: เป็นหนังที่เน้นความระทึกขวัญและบรรยากาศกดดันมากกว่าความน่ากลัวแบบหนังผี แต่สภาพศพในเรื่องค่อนข้างน่าสยดสยองและมีความรุนแรง ไม่เหมาะสำหรับผู้ชมที่กลัวเลือดหรือภาพโหดๆ ครับ
Q: หนังเรื่องนี้เป็นภาษาอะไร? ต้องอ่านซับไตเติ้ลไหม?
A: ต้นฉบับเป็นภาษาฝรั่งเศสครับ ขอแนะนำให้รับชมแบบเสียงฝรั่งเศสพร้อมคำบรรยาย เพื่ออรรถรสสูงสุดและเข้าถึงการแสดงอันยอดเยี่ยมของนักแสดงนำอย่างเต็มที่
Q: หนังมีภาคต่อไหม?
A: มีครับ ภาคต่อชื่อว่า Crimson Rivers II: Angels of the Apocalypse (2004) โดยมี ฌอง เรโน กลับมารับบทเดิม แต่ไม่มี แวงซองต์ กัสเซล และไม่ได้กำกับโดยผู้กำกับคนเดิมครับ
บทสรุป: The Crimson Rivers คือภาพยนตร์สืบสวน-ระทึกขวัญชั้นเยี่ยมจากฝรั่งเศส ที่สามารถยืนหยัดเทียบเคียงกับผลงานระดับท็อปของฮอลลีวูดได้อย่างสบายๆ มันทั้งฉลาด, ตื่นเต้น, น่าติดตาม และมีสไตล์ที่ไม่เหมือนใคร หากคุณกำลังมองหาหนังที่จะทำให้คุณลุ้นจนลืมหายใจ นี่คือหนังที่คุณต้อง “ดูหนัง” ให้ได้